ถังชงรีบพุ่งเข้าไป ขัดขวางเท้าที่อีกฝ่ายกำลังจะเหยียบลงมา
“เดี๋ยวก่อน!”
เด็กหนุ่มอายุราวสิบแปดสิบเก้ามองถังชงอย่างแปลกใจ “คุณจะทำอะไร? มีแมลงสาบนะ ผมจะเหยียบมัน!”
ถังชงแน่ใจว่าหนึ่งศูนย์เจ็ดหนีไปจนไม่เห็นเงาแล้ว จึงทำสีหน้าราวกับเข้าใจผิดแล้วรู้สึกเกรงใจ
“ขอโทษค่ะ ฉันนึกว่าคุณจะเหยียบมด”
เด็กหนุ่มยังคงมองถังชงด้วยความคลางแคลงใจ “แมลงสาบตัวใหญ่ขนาดนั้น คุณไปมองว่าเป็นมดได้ยังไง?”
ถังชงตอบ “ฉันสายตาสั้น”
เด็กหนุ่มพึมพำอะไรบางอย่าง ไม่รู้ว่าพูดอะไร แล้วเดินเลี่ยงถังชงที่ดูประหลาดไป
ถังชงเห็นอีกฝ่ายเดินไปไกลแล้ว จึงถอนหายใจโล่งอก
ภาพแมลงวันน้อยถูกตบตายติดผนังยังคงติดตา
เธอไม่อยากเห็นเหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้นตรงหน้าอีกจริงๆ
เดิมทีถังชงที่เพียงกังวลว่าจะหาเบาะแสไม่พบ กลับเริ่มเป็นห่วงความปลอดภัยของหนูสามตัวและหนึ่งศูนย์เจ็ดขึ้นมาอีก
โชคดีที่ผ่านไปอีกสิบยี่สิบนาที
หนูสามตัวตามหลังหนึ่งศูนย์เจ็ดกลับมา และยังนำหนูขนเทาตัวขนาดกลางมาอีกหนึ่งตัว
หนึ่งศูนย์เจ็ดก็เป็นดังที่ถังชงคาด ไม่พบอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน
ที่ไซต์ก่อสร้างก็มีแมลงสาบอยู่บ้าง แต่พวกมันไม่ชอบมาริมถนน เพราะไม่มีอาหารและยังถูกพบเห็นแล้วเหยียบตายได้ง่าย
แต่เคยได้ยินจากบรรพบุรุษว่าแปลงดอกไม้เคยพบศพ
ทว่าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคนตายเป็นชายหรือหญิง
ถังชงไม่ได้พูดอะไร บี้ขนมปังให้นิดหน่อยให้หนึ่งศูนย์เจ็ดที่เหนื่อยยากได้กิน
แต่ในใจนั้นเริ่มร้อนรนขึ้นมา
ดังนั้นพอเห็นหนูสามตัวกลับมาและยังพาหนูแปลกหน้ามาด้วย จึงรีบถามทันทีว่า “มันรู้เรื่องที่คนร้ายทิ้งศพหรือเปล่า?”
