หนูสองตัวมุดออกมาจากกระเป๋าผ้าใบ ดมกลิ่นอย่างระมัดระวัง
เจ้าต้าใหญ่ดำอุทานอย่างตกใจ “พาเรามาถิ่นของลูกพี่ลูกน้องฉันได้ยังไงเนี่ย”
ถังชง: ???
นั่นมันก็บังเอิญเกินไปแล้ว
ถังชงนั่งยอง ๆ บังตัวหนูสองตัวเอาไว้พลางกระซิบเบา ๆ “งั้นนายไปถามลูกพี่ลูกน้องของนายให้หน่อยได้ไหม ฉันไม่ถามเปล่า มีค่าตอบแทนให้”
เจ้าต้าใหญ่ดำก็เห็นของกินกองโตที่ถังชงถือออกมาด้วยตาตัวเองอยู่แล้ว
มันพยักหน้าหนึ่งที แล้วก็กำชับเจ้าเสี่ยวเสี่ยวเทา “นายอยู่ที่นี่แหละ ลูกพี่ลูกน้องฉันมันไม่ชอบหนูแปลกหน้า”
เจ้าเสี่ยวเสี่ยวเทาตอบรับอย่างว่าง่าย
เจ้าต้าใหญ่ดำวิ่งปรู๊ดหายวับไปในพริบตา
รอแล้วรอเล่าก็เริ่มเบื่อ ถังชงเลยถามเจ้าเสี่ยวเสี่ยวเทาว่าหนูสองตัวเป็นอะไรกัน
“ต้าใหญ่เป็นพี่ใหญ่ที่ผมไปนับถือเอง แม่ผมโดนตีตาย พี่น้องร่วมครอกก็อดตายกันหมด เหลือผมตัวเดียวรอด ต้าใหญ่มันเอาอาหารมาให้เลี้ยงผมจนโต ในชีวิตนี้ผมสำนึกบุญคุณพี่ใหญ่มากที่สุดเลย”
ถังชงถาม “พวกนายตัวผู้หรือตัวเมีย”
เจ้าเสี่ยวเสี่ยวเทาขยับหนวด “ผมกับต้าใหญ่เป็นตัวผู้ทั้งคู่”
ถังชงส่งเสียง “อ๋อ” ในลำคอ
ถ้างั้นก็ดี
จะได้ไม่แพร่พันธุ์ออกลูกออกหลานกันเป็นพรวน...
ถังชงถอนหายใจอย่างทึ่งในความสามารถในการปรับตัวของตัวเอง เมื่อไม่นานมานี้ยังกังวลเรื่องหนูแทะข้าวของอยู่เลย
ตอนนี้ถึงขั้นเริ่มคิดจริงจังเรื่องเลี้ยงหนูแล้ว
คิดไปคิดมา เจ้าต้าใหญ่ดำก็กลับมาพร้อมกับหนูตัวหนึ่งที่ใหญ่กว่ามันเป็นเท่าตัว
ต่อให้จะอยู่กับหนูสองตัวมาพักหนึ่งจนไม่รังเกียจเหมือนแต่ก่อนแล้วก็เถอะ
อยู่ ๆ ก็เห็นเข้า ถังชงก็ยังตกใจจนสะดุ้งโหยงทั้งตัว จ้องตาเขม็ง ไม่กล้ากระพริบตา
