ในห้องพักฟื้นของโรงพยาบาลทหารญี่ปุ่น กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อฉุนแสบโพรงจมูก
ยามาโมโตะ ทาเคโอะนั่งอยู่บนเตียงคนไข้ มองผ้าก๊อซที่พยาบาลเพิ่งเปลี่ยนให้ถูกเลือดซึมออกมาย้อมจนแดงอีกครั้ง ความเจ็บปวดแสนสาหัสแล่นมาจากข้อนิ้ว เขาชกขอบเตียงอย่างแรงพร้อมกัดฟันคำรามว่า “บากะ!” น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเดือดดาลที่ข่มกลั้นเอาไว้
ความเจ็บปวดจากนิ้วที่ขาดไปยังเทียบไม่ได้กับความคับแค้นใจที่ถูกลู่เจี้ยนชิวหยามเกียรติ ต่อหน้าสายตาของผู้คนในคฤหาสน์แก๊งชิง เขาถูกตัดนิ้วก้อยทิ้งไป ความอัปยศนี้ประทับลึกลงในใจราวกับรอยตรา เขาลอบสาบานกับตัวเองว่า สักวันจะต้องทำให้ลู่เจี้ยนชิวได้ลิ้มรสความเจ็บปวดที่สิบนิ้วเชื่อมถึงหัวใจบ้าง!
ลู่เจี้ยนชิว… แค่ชื่อก็ทำให้เขาเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน
ทั่วทั้งเขตเช่าเซี่ยงไฮ้ ใครบ้างไม่รู้จักสมญานาม “ลู่ซานเย่” นับตั้งแต่เขากุมอำนาจแก๊งชิง ก็ไม่มีใครกล้าเรียกชื่อจริงของเขาตรง ๆ อีก แต่ตัวเขากลับพลาดท่าตกอยู่ในมือของชายชราคนนี้
ขณะที่เขากำหมัดแน่น ลอบด่าทออยู่ในใจ ประตูห้องพักฟื้นก็ถูกผลักเปิดอย่างแรง ทหารญี่ปุ่นคนหนึ่งเหงื่อท่วมศีรษะ รีบร้อนพุ่งเข้ามาแล้วโค้งคำนับอย่างเป็นระเบียบ “โชซะ! พันเอกซาโต้สั่งให้คุณกลับไปเดี๋ยวนี้!”
ยามาโมโตรู้สึกใจหายวาบ รู้ว่าเรื่องอำนาจควบคุมท่าเรือกำลังถูกเร่งรัด
เขารีบดึงเข็มน้ำเกลือที่ให้ยาฆ่าเชื้อออก ไม่สนใจคำห้ามของพยาบาล สวมเสื้อคลุมอย่างลวก ๆ แล้วเดินออกไปทันที ด้านหลังมีทหารญี่ปุ่นติดอาวุธครบมือเดินตามเป็นแถว ฝีเท้ากระทบพื้นคอนกรีตของทางเดินดังหนัก ๆ จนคนไข้ที่อยู่ตลอดทางพากันหันมามอง
ภายในห้องทำงานของกองบัญชาการทหารญี่ปุ่นประจำเซี่ยงไฮ้ พันเอกซาโต้ยืนหันหลัง มือไพล่หลังอยู่หน้าแผนที่ นิ้วชี้กดลงบนตำแหน่งที่เขียนกำกับไว้ว่า “ท่าเรือ” แน่นจนแทบไม่ขยับ
