รถม้าเพิ่งเลี้ยวเข้าปากทางคุ้มไร่ แสงสีเหลืองหม่นก็ส่องทะลุออกมาจากพื้นหิมะ เหมียวหย่งยืนถือโคมไฟเก่า ๆ อยู่ท่ามกลางลมหนาว กระดาษหุ้มโคมขาดเป็นรู ลมพัดเข้าไปจนเปลวไฟสั่นพรึ่บพรับ
เสื้อคลุมผ้าฝ้ายบนตัวเขาถูกหิมะซึมจนหนักอึ้ง บ่ากับปีกหมวกปกคลุมไปด้วยน้ำค้างแข็งสีขาว แม้แต่คิ้วก็ยังมีเกล็ดน้ำแข็งเล็ก ๆ เกาะอยู่ แต่เขาก็ยังเขย่งเท้าชะเง้อมองไปทางปากทาง มือที่แดงก่ำเพราะความหนาวกำก้านโคมไฟไว้แน่น
“ท่านเจ้าบ้าน! คุณนาย! คุณหนู! ในที่สุดพวกท่านก็กลับมาแล้ว!” พอเห็นเงารถม้า ดวงตาของเหมียวหย่งก็สว่างวาบ เขารีบวิ่งเข้าไปหา หิมะปลิวกระเด็นจากใต้รองเท้าบู๊ต
เขายื่นมือไปประคองคานรถทันที จนโคมไฟเกือบหลุดมือ “ผมเห็นฟ้าใกล้สางแล้วแต่ยังไม่เห็นพวกท่านกลับมา กำลังคิดจะจูงม้าออกไปตามหาอยู่พอดี!”
“จะห่วงอะไรนักหนา พวกเรากลับมาอย่างปลอดภัยกันดีไม่ใช่หรือ” เหมียวเจ๋อหัวหัวเราะพลางกระโดดลงจากรถ ยื่นมือปัดหิมะบนบ่าของเหมียวหย่งออก พอปลายนิ้วแตะเสื้อคลุมผ้าฝ้ายก็สัมผัสได้ถึงไอเย็นที่ซึมอยู่ข้างในอย่างชัดเจน
“พรุ่งนี้ค่อยออกเดินทาง กลับไปนอนเถอะ วันนี้พวกเราจะเก็บตัวอยู่บ้านไม่ออกไปไหน ให้นายได้พักบ้าง”
เหมียวหย่งรีบรับบังเหียนจากมือเหมียวเจ๋อหัว ปมเชือกยังคงมีไออุ่นหลงเหลืออยู่ “ท่านเจ้าบ้านพาคุณนายกับคุณหนูไปนอนเถอะครับ ยุ่งมาทั้งคืนคงเหนื่อยกันแย่แล้ว ผมจะไปให้อาหารม้า ในคอกยังมีหญ้าแห้งอยู่ ไม่ต้องให้ท่านเป็นห่วงครับ”
พูดจบเขาก็จูงรถม้าไปทางคอกม้า แสงจากโคมไฟทอดเงายาวเหยียดไปบนพื้นหิมะ
