ยามค่ำคืนในเขตเช่าฝรั่งเศสของเซี่ยงไฮ้เงียบสงบเป็นพิเศษ ภายในห้องนอนที่ลู่จินอานจัดเตรียมไว้ให้ แสงสีเหลืองนวลจากโคมไฟทองเหลืองบนผนังสาดลงมา ทอดเงาของเครื่องเรือนให้ยาวเหยียด
เยว่หวั่นชิงถอดปิ่นปักผมออก เปลี่ยนเป็นชุดนอนผ้าฝ้ายสีเรียบ ปลายนิ้วลูบไล้ผ้าปูที่นอนเบา ๆ เนื้อผ้านี้เป็นผ้าฝ้ายเนื้อละเอียดชั้นดี สบายกว่าผ้าหยาบที่บ้านมากนัก ทว่ายิ่งประณีตเท่าไร นางก็ยิ่งรู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเอง
นางหันไปมองเหมียวเจ๋อหัวที่เพิ่งล้างหน้าล้างตาเสร็จ เขาสวมชุดนอนตัวโคร่งที่ลู่จินอานเตรียมไว้ให้ ร่างอวบกลมถูกห่ออยู่ข้างใน ดูเหมือนห่อสำลีที่พองขึ้นมา
เยว่หวั่นชิงตบขอบเตียงข้างกายเบา ๆ แล้วเอ่ยเสียงนุ่ม “เจ๋อหัว ต่อไปพวกเราจะอยู่เซี่ยงไฮ้กันยาวเลยหรือ ฉันเห็นว่าวิลล่านี้ดีจริง แต่ถึงอย่างไรก็เป็นบ้านของจินอาน พรุ่งนี้เราไปดูบ้านเช่ากันดีไหม ถ้ามีที่ถูกใจ เราก็ซื้อไว้เสียเลย ถ้าแค่มาพักชั่วคราว จะอยู่ที่นี่ไปก่อนก็ได้ อย่างไรเสียก็มีอิทธิพลของคุณตาจินอานคอยดูแล มองอย่างไรก็ปลอดภัย”
เหมียวเจ๋อหัวเพิ่งหย่อนตัวนั่งลงข้างเตียง ที่นอนก็ยุบลงไปส่วนหนึ่ง
เมื่อได้ยินดังนั้น เขาก็ถอนหายใจ ยกมือขึ้นนวดหว่างคิ้ว “คุณ ผมว่าอยู่เซี่ยงไฮ้รอต้าย่งก่อนดีกว่า ถ้าเราย้ายออกไปโดยไม่บอกกล่าว พอเขาหายดีแล้วตามมาหา จะไม่คลาดกันไปเสียหรือ”
พอนึกถึงภาพต้าย่งล้มอยู่ตรงปากตรอก หัวใจของเขาก็พลันบีบรัดขึ้นมา
“คุณพูดอะไรน่ะ!” เยว่หวั่นชิงผลักเขาเบา ๆ อย่างตำหนิ ทว่าแววตากลับเต็มไปด้วยความเข้าใจ
“ฉันไม่ได้จะทิ้งต้าย่งไว้ แต่หมายความว่าพวกเราอยู่บ้านคนอื่นตลอดไปไม่ได้ จินอานเป็นคนรุ่นหลัง พวกเราอยู่ที่นี่นานเข้า กลับจะทำให้เขาลำบากใจเปล่า ๆ”
นางจับมือเหมียวเจ๋อหัว ปลายนิ้วสัมผัสรอยด้านบาง ๆ บนฝ่ามือของเขา “ฉันแค่คิดว่า ถ้าพวกเรามีบ้านเป็นของตัวเอง ใจก็คงสบายขึ้น รอต้าย่งมา อย่างน้อยก็มีที่ให้เขาพัก”
หัวใจของเหมียวเจ๋อหัวจมวูบ เขารู้ว่าภรรยาพูดมีเหตุผล แต่พอนึกว่าต้าย่งยังอยู่ที่ชิงเต่า ไม่รู้เป็นตายร้ายดีอย่างไร เขาก็สับสนจนทำอะไรไม่ถูก
