เหมียวชูวางยาซัลฟานิลาไมด์ไว้ข้างมือของลู่จินอาน แล้วลากม้านั่งมานั่งหน้าโต๊ะ มือเล็กเท้าคาง ดวงตาเป็นประกายจ้องเขาเขม็ง ราวกับนกน้อยที่กำลังรอคนป้อนอาหาร “จริงสิ แล้วคุณสอนฉันยิงปืนกับส่งโทรเลขได้ไหม”
ลู่จินอานมองเด็กหญิงตัวเล็กที่สูงไม่ถึงอกของเขา หมวกผ้าฝ้ายฟูฟ่องขับให้ใบหน้าดูกลมป้อม แววตาเต็มไปด้วยความจริงจัง จนเขาเผลอนั่งตัวตรงขึ้นเล็กน้อย ปลายนิ้วถูขอบชามยาไปมาโดยไม่รู้ตัว
“พ่อของคุณให้เรียนเหรอ” ในสายตาเขา การยิงปืนกับส่งโทรเลขล้วนเป็นเรื่องอันตราย จะมีผู้ปกครองคนไหนยอมให้เด็กหญิงตัวเล็กขนาดนี้แตะต้องของพวกนี้กัน
“พ่อเคารพฉันที่สุดเลย!” เหมียวชูตบอกน้อย ๆ ของตัวเองเป็นการยืนยัน ในใจวางแผนคำพูดไว้เรียบร้อยแล้ว ถ้าพ่อถามขึ้นมาก็จะบอกว่าเรียนไว้เพื่อปกป้องแม่กับตัวเอง พ่อต้องชมว่าเธอใฝ่เรียนแน่
เธอแอบเหลือบมองปืนไรเฟิลบนโต๊ะ แล้วลอบถอนหายใจอย่างเสียดาย เมื่อครู่ตอนค้นมิติพื้นที่วิเศษ เธอหาทุกซอกทุกมุมแล้วก็ยังไม่เห็นเครื่องเก็บเสียง คิดดูแล้วของแบบนี้คงไม่ใช่สิ่งที่ทหารธรรมดาจะมีได้ ต้องหาโอกาสไปช้อปฟรีคลังแสงของปีศาจหน้าตี่ให้ได้
“ที่นี่เสียงปืนดังเกินไป พอยิงทีเดียว ทั้งคุ้มไร่ก็ได้ยินหมด คงเรียกปัญหามาแน่”
ลู่จินอานชี้ไปที่กรอบหน้าต่าง หิมะด้านนอกยังคงโปรยปราย ลมพัดพาเกล็ดหิมะกระทบกระดาษหน้าต่าง เกิดเสียงซ่าเบา ๆ ในฤดูหนาวที่เงียบสงัดเช่นนี้ เสียงผิดปกติแม้เพียงนิดก็ฟังดูแสบแก้วหูเป็นพิเศษ
เหมียวชูห่อเหี่ยวลงทันที แก้มป่อง ๆ ของเธอขยับไปจิ้มมุมโต๊ะ ความกระตือรือร้นเรื่องยิงปืนที่เพิ่งผุดขึ้นมาก็ดับวูบลง
