ประตูไม้หน้าร้านขายข้าวถูกดาบปลายปืนของทหารญี่ปุ่นแทงจนดัง “ปัง ๆ” เศษไม้กระเด็นกระจาย พร้อมเสียงห้ามปรามแหบพร่าของเสี่ยวอวี๋ “ร้านขายข้าวปิดแล้ว! ไม่มีข้าวแล้ว!”
เจ้าสัวเหวียงนั่งยองอยู่ข้างโต๊ะปาเซียนในห้องด้านใน ปลายนิ้วสั่นเทาขณะคลำเอาเอกสารจากช่องลับที่ซ่อนอยู่ตรงขาโต๊ะออกมา นั่นคือรายชื่อผู้ติดต่อของสถานีประสานงานใต้ดินในอำเภอ และบัญชีรายการเสบียงอาหาร
เสียงปืนด้านนอกดังขึ้นกะทันหัน เสียงร้องของเสี่ยวอวี๋หยุดลงทันที หัวใจของเจ้าสัวเหวียงพลันหนักอึ้ง
เสียง “โครม” ดังขึ้น ประตูหน้าร้านถูกเตะเปิด เสียงรองเท้าหนังของทหารญี่ปุ่นกับเสียงตะโกนเกรี้ยวกราดดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ
เจ้าสัวเหวียงไม่มีเวลาคิดมาก รีบจุดไม้ขีดไฟเผาเอกสารทันที
เปลวไฟสีส้มแดงเลียกระดาษป่านอย่างรวดเร็ว ควันดำม้วนตัวพาเถ้ากระดาษลอยขึ้นไปจนเขาสำลักไอ เขาจ้องเปลวไฟที่เต้นระริก ในหัวปั่นป่วนราวกับคลื่นซัดสาด หรือว่าในองค์กรจะมีคนทรยศ ไม่อย่างนั้นทหารญี่ปุ่นจะบุกตรงมายังร้านขายข้าวที่ไม่มีใครสนใจของเขาได้อย่างไร แถมยังเจาะจงเป้าหมายได้ชัดเจนขนาดนี้!
“บากะ! รีบเข้าไป!” สิ้นเสียงตะโกนของหัวหน้าหมู่ทหารญี่ปุ่น ประตูห้องด้านในก็ถูกเตะเปิด
ทหารญี่ปุ่นสองคนหามศพของเสี่ยวอวี๋บุกเข้ามา รูเลือดกลางอกของเด็กหนุ่มยังคงมีเลือดไหล ดวงตาเบิกโพลง เห็นได้ชัดว่าเขาถูกยิงตายตอนขัดขวางเมื่อครู่
เมื่อเห็นเอกสารกำลังลุกไหม้ หัวหน้าหมู่ก็แทบถลน พลางชูดาบทหารขึ้นตะโกนอย่างเกรี้ยวกราด “จับเขาไว้! อย่าปล่อยให้เอกสารถูกเผาหมด!”
เจ้าสัวเหวียงผุดลุกขึ้นทันที ล้วงปืนพกที่ซ่อนไว้ตรงเอวออกมา เล็งปากกระบอกไปยังทหารญี่ปุ่นที่พุ่งเข้ามาเป็นคนแรก
มือของเขานิ่งอย่างเหลือเชื่อ ฝีมือยิงปืนที่ฝึกฝนกับประธานสมาคมหวังเมื่อหลายปีก่อนยังไม่ลืมเลือน “ปัง!” เสียงปืนกึกก้องในห้องแคบ ๆ ทหารญี่ปุ่นที่นำหน้ามาล้มลงทันที
