เหมียวเจ๋อหัวล้วงเหรียญหยวนเงินสามสิบเหรียญจากกระเป๋าส่งให้พนักงานหน้าเคาน์เตอร์ร้านกาแฟ เหรียญเงินกระทบกันเกิดเสียงใสกังวาน การเดินทางไปตลาดมืดเพียงครึ่งชั่วยามครั้งนี้ของเขา กลับใช้เงินไปเท่ากับค่าครองชีพของครอบครัวคนธรรมดาถึงสามเดือน
ตอนจูงมือเหมียวชูเดินออกจากร้านกาแฟ อาฟู่กำลังพิงต้นอู่ถงสูบบุหรี่อยู่ตรงประตู พอเห็นทั้งสองออกมาก็รีบดับบุหรี่แล้วเดินเข้ามาหา “คุณเหมียว เรื่องราบรื่นดีไหมครับ”
“ต้องขอบคุณอาฟู่ที่ช่วยนำทาง ทุกอย่างราบรื่นดี” เหมียวเจ๋อหัวตบไหล่เขาเบา ๆ แล้วชี้ไปยังร้านขนมที่อยู่ไม่ไกล “ผมอยากพาลูกสาวไปซื้อขนมสักหน่อย จะได้ไม่รบกวนเวลาที่คุณต้องกลับไปรายงาน”
อาฟู่ยิ้มกว้าง ชี้ไปยังป้ายไม้ในมือเหมียวเจ๋อหัว “คุณเหมียวเกรงใจไปแล้ว เก็บป้ายนี้ไว้เถอะ ต่อไปใช้ป้ายนี้เข้าตลาดมืดได้ทุกเมื่อ ไม่ต้องให้ใครช่วยแนะนำอีก” พูดจบก็หันหลังกลืนหายไปในฝูงชนบนถนน ร่างของเขาลับหายไปตรงหัวมุมอย่างรวดเร็ว
แสงแดดอุ่นในฤดูหนาวส่องลอดช่องกิ่งไม้ลงมา จนแสบตาพร่าไปหมด
เหมียวชูยกมือขึ้นบังหน้าผาก ถึงเพิ่งสังเกตว่าร้านค้าริมถนนเริ่มแขวนโคมแดงกันเงียบ ๆ แล้ว อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันส่งท้ายปีเก่า แม้แต่เซี่ยงไฮ้ในยุคโกลาหลเช่นนี้ก็ยังอบอวลด้วยบรรยากาศช่วงสิ้นปีอยู่หลายส่วน
ในจังหวะนั้นเอง ร่างผอมเล็กก็พลันเข้ามาใกล้ เสื้อผ้าฝ้ายขาดเป็นรูห่อหุ้มร่างผอมบาง มือเล็กแดงก่ำจากความหนาวยื่นชามบิ่น ๆ มาให้ “ท่าน ขออาหารให้หน่อยเถอะ...”
เหมียวชูมองริมฝีปากที่ม่วงคล้ำเพราะความหนาวของเด็กขอทานแล้วรู้สึกปวดใจ เด็กคนนี้อายุไล่เลี่ยกับเธอแท้ ๆ แต่กลับต้องหาเลี้ยงชีพด้วยการขอทานอยู่ข้างถนน
