เหมียวชูเดินตามเหมียวเจ๋อหัวเข้าไปในคลังเก็บของเรือนฝั่งตะวันตก กลิ่นไม้การบูรจาง ๆ ยังคงลอยอวลอยู่ในอากาศ
ในหีบไม้ที่กองอยู่ตรงมุมกำแพงมีเงินหยวนกับเครื่องประดับที่เยว่หว่านชิงจัดเก็บไว้จนเต็ม อีกทั้งยังมีเสื้อผ้าฝ้ายหลายมัดที่ป้าเมิงเพิ่งขนมา พับเรียงเป็นระเบียบราวกับภูเขาลูกเล็ก
“พ่อลูกไปไหนกันมา แอบมีความลับกับฉันแล้วหรือไง” เยว่หว่านชิงเห็นสีหน้าของทั้งคู่ก็รู้แล้วว่าต้องไปห้องเก็บทองของเหมียวเจ๋อหัวมาแน่ ไม่รู้ว่าของสีทองอร่ามพวกนั้นมีอะไรดี ทั้งฉูดฉาดทั้งไร้รสนิยม ต่อให้ยกให้เธอฟรี ๆ เธอก็ไม่เอา
ก็มีแต่เจ้าคนขี้เหนียวคนนั้นแหละที่แทบอยากจะเข้าไปดูวันละแปดร้อยรอบ
“จะเป็นอย่างนั้นได้ยังไงล่ะ ที่รัก ผมไม่มีความลับอะไรกับคุณสักหน่อย อย่ากล่าวหาผมสิ ของพวกนี้ต้องให้เจียวเจียวเก็บเข้ามิติทั้งนั้น เอ้า เจียวเจียว มาช่วยแม่เก็บเร็ว”
ความสามารถในการเปลี่ยนเรื่องของเหมียวเจ๋อหัวทำให้เยว่หว่านชิงกลอกตาใส่เขาอย่างแรง
เหมียวชูก้าวไปข้างหน้า เก็บข้าวของทั้งหมดที่กองอยู่ตรงมุมกำแพงเข้ามิติพื้นที่วิเศษ
“เจียวเจียว ช่วยเลื่อนหีบยาใบนั้นมาทางนี้หน่อย” เหมียวเจ๋อหัวจงใจดันหีบไม้เข้าไปใกล้ลูกสาว ทว่าหางตากลับคอยสังเกตความเคลื่อนไหวด้านนอกเรือน
หิมะยังคงตกลงมา กระทบชายคากระเบื้องเกิดเสียงซู่ซ่า กลบเสียงสุนัขเห่าหอนแว่ว ๆ จากที่ไกล เขารู้ว่าอีกครึ่งชั่วยามก็จะถึงเวลาที่ต้อง “เกิดเรื่อง” ตามแผนแล้ว จึงต้องให้ลูกสาวเก็บของให้เสร็จโดยเร็ว
เหมียวชูขานรับ ขณะที่มือทั้งสองประคองหีบไม้ วงแสงสีทองก็แผ่กระจายออกมาอย่างเงียบเชียบ หีบยาทั้งใบพลันหายวับไปจากที่เดิม
เธอหันไปมองเรือนสี่ประสานในมิติพื้นที่วิเศษ ยาบนตู้ยาในห้องปีกตะวันออกถูกจัดเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย แม้แต่แม่กุญแจทองแดงบนหีบไม้ก็ยังอยู่ครบถ้วนไม่ผิดเพี้ยน ความรู้สึกไม่มั่นคงในใจก็พลันลดลงไปมาก
