“ได้ครับพี่... ผมรู้แล้ว” เหมียวหย่งทำได้เพียงยอมรับอย่างจนใจ
เมื่อเห็นเขาตกลง เหมียวเจ๋อหัวก็ตบไหล่เขาเบา ๆ “ขอบใจนะ ต้าย่ง”
จู่ ๆ เหมียวเจ๋อหัวก็เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ น้ำเสียงจริงจังขึ้นไม่น้อย “จริงสิ ยังมีอีกเรื่อง เมื่อวานฉันให้คนใต้บังคับบัญชาส่งเสี่ยวพั่งไปให้นาย นายต้องดูแลเขาให้ดี คุมเข้มหน่อย แต่อย่าปล่อยให้เขาลำบาก”
เหมียวหย่งชะงักไป ก่อนพยักหน้า “พี่ ผมรู้แล้ว ผมจัดที่พักให้เขาเรียบร้อย”
“รู้ก็ดีแล้ว” เหมียวเจ๋อหัวเอ่ยเสียงต่ำ “ฉันเล่าความเป็นมาของหมู่บ้านตระกูลหม่า รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างเขากับหม่า สือซานให้นายฟังหมดแล้ว ที่สำคัญคือหม่าเผิงเฟยหนีไปไต้หวันแล้ว เสี่ยวพั่งเป็นลูกพี่ลูกน้องของหม่าเผิงเฟย ในมือเขาอาจมีเบาะแสบางอย่างที่เราไม่รู้ก็ได้ วันหน้าอาจกลายเป็นกุญแจสำคัญที่ใช้ควบคุมหม่าเผิงเฟย คนคนนี้ต้องมีประโยชน์แน่”
ที่เขามอบเสี่ยวพั่งให้เหมียวหย่งดูแล หนึ่งก็เพราะเห็นว่าเหมียวหย่งมีอำนาจในกองทัพ สามารถจัดการเรื่องนี้ได้อย่างเหมาะสม อีกอย่างเหมียวหย่งเคยประสบเหตุการณ์ในหมู่บ้านตระกูลหม่ามากับตัว ย่อมรู้ความขัดแย้งภายในเป็นอย่างดี ให้เขาคอยดูแลจึงวางใจได้กว่า
เหมียวหย่งเข้าใจความสำคัญของเรื่องนี้ในทันที “ได้ครับพี่ วางใจเถอะ”
เหมียวเจ๋อหัวพยักหน้าด้วยความพอใจ แล้วยกมือตบไหล่เหมียวหย่งอีกครั้ง ปลายนิ้วออกแรงกดเบา ๆ
ถ้อยคำมากมายอัดแน่นอยู่ในใจ แต่สุดท้ายกลับกลั่นออกมาเป็นเพียงคำกำชับหนักแน่นประโยคเดียว “ต้าย่งนะ นาย... ดูแลตัวเองให้ดี” เขาไม่ได้พูดอะไรต่อ ทว่าความอาลัยในดวงตากลับปิดไม่มิด
