เหมียวชูคีบผักเข้าปากสองสามคำ ซดน้ำซุปร้อน ๆ ไปอีกครึ่งชาม ก่อนวางตะเกียบแล้วเอ่ยลาพ่อกับแม่
ชุนฮวาถือตะเกียงน้ำมันก๊าดเดินนำอยู่ข้างหน้า แสงเหลืองสลัวส่องเสาไม้ของระเบียงทางเดิน เงาของทั้งสองทอดยาวบ้างสั้นบ้างสลับกันไป
พอเดินมาถึงหน้าห้องของตัวเอง เธอก็รีบโบกมือ “ชุนฮวา เธอไปนอนก่อนเถอะ ฉันพักสักหน่อยแล้วค่อยล้างหน้า ไม่ต้องรอฉันนะ”
“ได้ค่ะ คุณหนูมีอะไรก็เรียกฉันได้เลยนะคะ” ชุนฮวาวางตะเกียงลง แล้วเดินออกไปอย่างแผ่วเบาพร้อมปิดประตูตามหลัง
เหมียวชูแนบหูกับบานประตูฟังความเคลื่อนไหวด้านนอก พอแน่ใจว่าไม่มีใครแล้ว ความคิดก็พลันขยับ ร่างของเธอก็เข้าไปอยู่ในมิติพื้นที่วิเศษทันที เธอเริ่มตรวจดูของ คิดว่าจะเปิดกล่องพวกนี้ยังไงดี บางทีอาจลองควบคุมมิติดูก็ได้
ข้างลานในมิติพื้นที่วิเศษมีเสบียงจากรถถึงเจ็ดคันกองอยู่ มองเห็นกล่องไม้เรียงเป็นแถวอย่างเป็นระเบียบ เธอลองรวบรวมสมาธิแล้วนึกคำว่า “เปิด” ใส่กล่องไม้ใบบนสุด ฝาของมันก็เด้งเปิดออกเองพร้อมเสียง “คลิก”
ในมิติพื้นที่วิเศษแห่งนี้ เธอรู้สึกเหมือนเป็นผู้สร้างความฝัน ราวกับจะเปลี่ยนตัวเองให้เป็นอะไรก็ได้ตามใจนึก
กล่องจากรถคันแรกเปิดออกมาเป็นกระสุน หัวกระสุนสีทองแดงเรียงอัดแน่นจนแทบไม่มีช่องว่าง ไอเย็นยะเยือกแผ่ผ่านความคิดมาถึงเธอ จนตัวสั่นสะท้าน นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นกระสุนจริงมากมายขนาดนี้ ดูน่ากลัวกว่ากระสุนนัดที่หล่นจากตัวเจ้าสัวเหวียงเป็นร้อยเท่า เธอรีบใช้ความคิดปิดฝากล่อง หัวใจยังเต้นระรัวไม่หยุด
มีแต่กระสุนแต่ไม่มีปืนไม่ได้หรอก ถ้ารถคันต่อไปมีปืนก็ดีสิ!
