หวังหวยอันเพิ่งก้าวออกไป ผู้จัดการร้านก็อดไม่ไหวกระซิบถาม
“ท่านประธาน โอสถกู้หยวนนี่มันของดีนะครับ จะยกให้เขาไปดื้อ ๆ อย่างนั้นหรือ”
“ดูจากตราสัญลักษณ์แล้วเป็นนักบู๊ขั้นห้า ก็น่าลงทุนอยู่”
ซ่งหนิงเฟิงสีหน้าเรียบเฉย
“ลงทุนอะไร”
“ของขวัญเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น ผูกมิตรไว้หน่อย”
“คนคนนี้ท่าทางน่าสนใจดี”
“ได้ยินชื่อโอสถกู้หยวนแล้วสีหน้าไม่เปลี่ยน แค่มองก็รู้ว่าเคยผ่านโลกมาโชกโชน”
ถ้าหวังหวยอันได้ยินคงได้แต่หัวเราะแห้ง ๆ
เขาไม่เคยได้ยินชื่อด้วยซ้ำ จะไปตกใจอะไร
แต่แล้วซ่งหนิงเฟิงก็อดสงสัยไม่ได้
“ทำไมนักบู๊ขั้นห้าถึงเลี้ยงลูกด้วยผงปราณเลือดธรรมดาสามัญ ยังมียาวิเศษอะไรอีกหรือเปล่า”
“เขาอาจมีวิธีเลี้ยงลูกของตัวเองก็ได้!”
ภายในรถ
“โอสถกู้หยวน”
“โอสถชั้นดีอย่างหนึ่งสำหรับคนธรรมดาที่ฝึกตนจนถึงระดับกึ่งนักบู๊”
“เป็นโอสถพิเศษของสมาคมนักบู๊เมืองฐานทัพจิงไห่ ปกติแล้วจัดจำหน่ายภายในเท่านั้น”
“ราคาโอสถอยู่ที่ประมาณสามหมื่น ผลลัพธ์หลักคือเสริมรากฐานให้มั่นคง สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นเส้นทางบู๊ มีประโยชน์ต่อการฝึกตนในภายภาคหน้า”
“ผลลัพธ์ดีกว่าผงปราณเลือดทั่วไปสิบเท่า”
“เป็นของดีจริง ๆ ถึงได้ยื่นให้ง่าย ๆ ตั้งหลายชิ้น”
“ไอ้ซ่งนี่ทำตัวน่ามองขึ้นหน่อย รอให้ฉันก้าวหน้าแล้ว เกิดเรื่องอะไรขึ้นมาภายหลังฉันช่วยเหลือคืนก็แล้วกัน”
เมื่อครู่ยังเรียกท่านซ่ง ตอนนี้หันมาเรียกว่าไอ้ซ่งซะแล้ว
หวังหวยอันชักได้ใจเกินไปหน่อย
แต่ก็ช่วยไม่ได้ ใครใช้ให้เขาฝึกพลังได้เร็วขึ้นล่ะ
ถ้าไม่มีพลัง เขาก็คงไม่เหิมเกริมแบบนี้
สำหรับนักบู๊ขั้นหก เงินเล็กน้อยแค่นี้ไม่เท่าไหร่ แต่สำหรับนักบู๊ขั้นห้าจน ๆ อย่างเขา ก็นับเป็นห่าฝนยามแล้งเลยทีเดียว
หวังหวยอันไม่ได้อยู่นาน รีบขับรถกลับย่านเมืองเก่า
พลางคลำตราสัญลักษณ์บนอก
ตรานี้คือตัวตนแห่งนักบู๊ อีกทั้งยังให้หวังเถิงได้เห็นว่าพ่อของเขาไม่ใช่พ่อขยะอีกต่อไป