หว่านถังกล่าวอย่างสงบนิ่งว่า “แม่นม ไม่มีผู้ใดคุ้มครองข้าได้ คนเราต้องพึ่งพาตนเอง”
นางไม่ต้องการให้ใครคุ้มครอง นางจะพึ่งพาตนเองเพื่อออกไปจากที่นี่ การจากสภาพแวดล้อมที่ทำร้ายตนเองไปนั้น ต้องอาศัยความกล้าหาญยิ่งกว่าการจมอยู่ในความคุ้มครองอันลวงตา
ความทุกข์ที่ได้รับในวันนี้ไม่นับเป็นอะไร กระทั่งฮูหยินยิ่งชิงชังนางก็ยิ่งดี จะได้ขับไล่นางออกไปเสียแต่เนิ่น ๆ
วันถัดมา หลังยามเฉินเพิ่งผ่านพ้น หว่านถังลุกจากเตียงชำระล้างร่างกายและหวีผมเสร็จ เสิ่นวั่งฝึกยุทธ์เรียบร้อยแล้ว นางต้องไปปรนนิบัติเขาล้างหน้าและแต่งกาย
หว่านถังคิดว่าเขาช่างเป็นคนขยันขันแข็งเกินใคร พละกำลังก็เปี่ยมล้น ทุกวันลุกจากเตียงตั้งแต่ยามเหม่า ฝึกยุทธ์หนึ่งชั่วยาม สลับฝึกดาบ ทวน กระบี่ ง้าว และหมัด จากนั้นก็จัดการกิจธุระและรับรองแขกสารพัด กลับมาหลังฟ้ามืดแล้วยังต้องอยู่ในห้องหนังสือจนถึงยามไฮ่ ต่อให้ไม่มีธุระก็ยังอ่านตำรา
เมื่อมาถึงเรือน กลับได้รับแจ้งจากหูฝูว่าซื่อจื่อออกไปทำธุระตั้งแต่เช้าตรู่แล้ว
หว่านถังลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก ดีเหลือเกิน ไม่ต้องเช็ดกล้ามอกของเขาแล้ว
นางอยากกลับไปนอนต่อ ทว่ากลับไม่ง่วงแล้ว จึงหยิบตำราแพทย์ที่ท่านป้าจู้มอบให้นางก่อนหน้านี้ออกมาอ่านครู่หนึ่ง พอนึกได้ว่าประเดี๋ยวยังต้องไปเรียนกฎระเบียบกับแม่นมฉิน ในใจก็พลันหงุดหงิดขึ้นมา
เฮ้อ หากเปลี่ยนเป็นไปเรียนวิชาแพทย์กับท่านป้าจู้ได้ก็คงดี เวลาสองชั่วยามเช่นนั้นจึงจะมีความหมาย ทั้งยังผ่านไปอย่างรวดเร็ว
