วันนั้นเสิ่นวั่งอารมณ์ย่ำแย่ถึงขีดสุด ตั้งแต่เช้าหลังได้ฟังคำพูดของมารดา เพลิงโทสะก็ลุกโชนอยู่ในอก แทบอยากกลับไปจัดการเด็กสาวไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงนั่นเสียเดี๋ยวนั้น ทว่าในฐานะผู้ว่าการใหญ่สองเจียง เขาย่อมไม่อาจละทิ้งงานสำคัญเพียงเพราะสตรีคนหนึ่ง จึงมุ่งหน้าเข้าวังไปก่อน
วันนี้ฮ่องเต้เรียกขุนนางผู้ใหญ่หลายคนมาหารือเรื่องสำคัญ เกี่ยวกับข้อเสนอของรองเจ้ากรมคลังให้ยุบสถานีม้า สถานีม้าเหล่านี้สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยปฐมจักรพรรดิ มีไว้ลำเลียงข่าวสารสำคัญโดยเฉพาะ ม้าที่คัดเลือกมาล้วนเป็นม้าชั้นดี วิ่งฉิวตลอดเส้นทาง ต่อให้ระยะทางไกลนับพันลี้ก็ยังไปถึงได้ภายในสิบวัน
ทว่าการบำรุงรักษาสถานีม้าต้องสิ้นเปลืองเงินทองมหาศาล อีกทั้งต่อมาก็เริ่มมีขุนนางตามเส้นทางลอบนำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว ครั้นไม่นานมานี้ ขุนนางจากหัวเมืองต่าง ๆ เข้ากรุงมารายงานตัว ก็ยังเกิดเรื่องอื้อฉาวขึ้นเรื่องหนึ่ง
ต้นเรื่องคือภรรยาของขุนนางจากหลิ่งหนานคนหนึ่งอาศัยสถานีม้ามาจับชู้ นางบุกเข้าไปพบสามีกับอนุภรรยาที่ลอบรับไว้ซ่อนอยู่ในผ้าห่ม แล้วทุบตีทั้งคู่เสียยกใหญ่
รองเจ้ากรมคลังแบกรับแรงกดดันจากการตัดลดงบประมาณ จนไม่รู้จะทำเช่นไร จึงยื่นฎีกาขอให้ยุบสถานีม้า โดยอ้างว่าจะประหยัดเงินตำลึงได้ปีละหกแสน
เพราะสถานีม้ามีอยู่มากที่สุดในเขตสองเจียง ฮ่องเต้จึงตรัสถามความเห็นของเสิ่นวั่ง เขาคัดค้าน รองเจ้ากรมคลังคำนวณบัญชีได้ละเอียดก็จริง แต่คำนวณใจคนไม่ได้ หากยุบสถานีม้า คนจำนวนมากที่ประจำอยู่ตามสถานีก็ต้องตกงาน คนเหล่านี้รู้จักภูมิประเทศทั่วแผ่นดินเป็นอย่างดี หากกลายเป็นชนชั้นนอกกฎหมายขึ้นมา ย่อมเป็นภัยใหญ่หลวงต่อราชสำนัก
จากนั้นคนสองฝ่ายก็ถกเถียงกันขึ้นมา เสิ่นวั่งมีเพลิงโทสะอัดแน่นอยู่ในอก ครั้นอดกลั้นไม่ไหว จึงกดรองเจ้ากรมคลังลงกับพื้นแล้วชกต่อยอย่างหนัก ส่วนตนเองถูกลงโทษตัดเบี้ยหวัดครึ่งปี
