หว่านถังปลอบใจตนเอง อดทนอีกหน่อย รอให้พ้นปีใหม่ไป ฝันร้ายทั้งปวงก็จะสิ้นสุดลง
นางให้กำลังใจตนเอง จงกล้าหาญเข้าไว้ การเสียสละในวันนี้มิได้สูญเปล่า นางทำเพื่ออิสรภาพในวันหน้า
หว่านถังยื่นมือไปหมายจะแก้กระดุมผูกตรงคอเสื้อ ทว่ามือกลับสั่นระริก กระดุมนั้นราวกับจงใจกลั่นแกล้งนาง ไม่ว่าจะพยายามอย่างไรก็แก้ไม่ออก
“โง่เขลา” เสิ่นวั่งพึมพำด่านาง ก่อนยื่นแขนยาวออกไปคว้าตัวนางเข้ามาทั้งร่าง
หว่านถังส่งเสียงร้องแผ่วเบาด้วยความตกใจ ร่างกระแทกเข้ากับแผงอกแข็งแกร่งและร้อนผ่าวของเขา เสิ่นวั่งยกมือกระชากทีเดียว กระดุมตรงคอเสื้อก็หลุดออก เผยผิวขาวราวหิมะผืนหนึ่ง
ผ่านไปครู่หนึ่ง หูฝูซึ่งเฝ้าอยู่หน้าประตูก็ได้ยินเสียงเตียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดแผ่วเบา ตามมาด้วยเสียงสะอื้นต่ำ ๆ หลายครั้ง ทีแรกเขายังไม่แน่ใจว่าทุกอย่างสำเร็จแล้วจริงหรือไม่ จึงเงี่ยหูฟังอีกครู่หนึ่ง ก่อนจะมั่นใจโดยสิ้นเชิง
เสียงคำรามต่ำลึกของเสิ่นวั่งดังขึ้นดุจสัตว์ร้าย คลอไปกับเสียงเตียงสั่นไหวอย่างรุนแรงและเสียงสะอื้นขาดห้วงแผ่วเบา กระแทกโสตประสาทจนมิอาจแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินอีกต่อไป
หูฝูยังพอทนได้ อย่างไรเสียเขาก็แต่งภรรยาแล้ว ส่วนสาวใช้ตัวน้อยอย่างอวิ๋นชิงกับอวิ๋นซูเพิ่งอายุสิบห้าสิบหกปี เคยได้ยินเสียงเช่นนี้เสียที่ไหน ใบหน้าเล็กทั้งสองพลันแดงก่ำราวกุ้งที่ต้มจนสุก มือยกอ่างทองแดงค้างอยู่เช่นนั้น
ที่สำคัญคือใครจะคาดคิดได้เล่า ปกติพวกนางไม่กล้าแม้แต่จะสบตาซื่อจื่อ ร่างกายแผ่แรงกดดันและไอสังหารไปทั่วแท้ ๆ แต่กลับเอ่ยเรียกอีกฝ่ายด้วยถ้อยคำหวานหยดย้อย
