เจียงซินเจิ้นหุบยิ้มลงเล็กน้อย เลิกคิ้วกล่าวว่า “ถ้อยคำของอ๋องผู้สำเร็จราชการ อัยเจียฟังแล้วไม่เข้าใจ เมื่อวานพระชายาเข้าวัง อัยเจียสนทนากับนางอย่างถูกคอ เหตุใดพอผ่านไปคืนเดียว อ๋องผู้สำเร็จราชการจึงไม่ยอมให้อัยเจียพบนางแล้วเล่า?”
“หรือเมื่อวานอัยเจียทำสิ่งใดไม่เหมาะสม จนนางเข้าใจผิด?” น้ำเสียงที่ดูคล้ายลดท่าทีลงนั้นแฝงการหยั่งเชิงและเป็นนัย “นางพูดกับเจ้าอย่างไร?”
หากเป็นความประสงค์ของเขาเอง เมื่อวานตอนมารับคนที่วังหย่งหนิง เขาคงพูดออกมาแล้ว
ที่ผ่านไปคืนหนึ่งแล้วค่อยมา เกรงว่าชีซู้คงเป่าหูเขาข้างหมอน
อู๋ซวี้มองนางอย่างสงบนิ่ง “นางบอกว่าพระนางทรงเมตตานางอย่างยิ่ง เป็นกระหม่อมเองที่ไม่อยากให้พระนางพบนางอีก”
“โอ้?” เจียงซินเจิ้นลูบถ้วยชา ทำทีสงสัย “แล้วเพราะเหตุใดเล่า?”
“ภรรยาของกระหม่อมยังเยาว์วัย ทนรับพระบารมีของพระนางไม่ไหว”
สีหน้าเจียงซินเจิ้นแข็งค้างไปครู่หนึ่ง ก่อนหัวเราะเบา ๆ ทว่ารอยยิ้มกลับไปไม่ถึงดวงตา “เจ้าปกป้องนางเสียแน่นหนา ราวกับอัยเจียจะกินนางเข้าไปอย่างนั้น หากเป็นเช่นนั้นจริง เมื่อวานตอนมารับนาง เหตุใดจึงไม่พูด?”
สีหน้าอู๋ซวี้ไม่เปลี่ยน “เมื่อวานนางอยู่ที่นั่น กระหม่อมไม่อยากพูดต่อหน้านาง นางเป็นคนละเอียดอ่อน มักคิดมากได้ง่าย”
เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนเสริมเสียงหนักแน่นว่า “คำพูดเหล่านี้ในวันนี้ กระหม่อมก็ไม่อยากให้นางรู้ ขอพระนางโปรดเก็บเรื่องนี้เป็นความลับด้วย”
“กระหม่อมขอทูลลา”
เขาลุกขึ้นจากไป ชายเสื้อสีดำสนิทพลิ้วผ่านธรณีประตู ก้าวเดินอย่างฉับไว
เจียงซินเจิ้นทำได้เพียงมองแผ่นหลังของเขาที่หายลับไปจากสายตา พลางหอบหายใจด้วยความอัดอั้นในอก
