ลู่ชิวจื้อขมวดคิ้วแน่น สีหน้าเคร่งขรึม
เขาไม่เคยเข้าพรรคพวก และไม่เคยพัวพันกับการแก่งแย่งอำนาจในราชสำนัก ทว่ามิใช่ว่าไม่รับรู้ความเป็นไปของสถานการณ์
ฮ่องเต้องค์ก่อนเคยเป็นแม่ทัพใหญ่ สร้างแผ่นดินขึ้นมาบนหลังม้า แผ่นดินจงหยวนปั่นป่วนมานานกว่าสิบปี เหล่าขุนพลเรืองอำนาจที่สุด ส่วนขุนนางบุ๋นถูกกดข่มจนแทบเงยหน้าไม่ขึ้น
คืนที่ฮ่องเต้องค์ก่อนสวรรคต ก็มีคนยกกำลังล้อมวัง หากมิใช่เพราะอ๋องผู้สำเร็จราชการควบคุมสถานการณ์ไว้ ท่านกั๋วกงติ้งจะยอมก้มหัวถวายความจงรักภักดีหรือ?
หลายปีมานี้ อ๋องผู้สำเร็จราชการคอยสนับสนุนขุนนางบุ๋น ใช้จารีตและดนตรีมาคานอำนาจขุนนางบู๊
ขุนนางบุ๋นในราชสำนัก ไม่ก็เป็นสหายร่วมสำนักศึกษาเก่าของเขา ไม่ก็เป็นคนในสายของเขา ล้วนต้องไว้หน้าเขาอยู่หลายส่วน
บัดนี้เขากลายเป็นลุงเขยของอ๋องผู้สำเร็จราชการ ส่วนไทเฮาก็พระราชทานเจียงอวี้รุ่ยให้ลู่เหิง ไม่แปลกที่เซิ่นหยวนจะคิดเอาชีวิตเขา เพื่อไปสวามิภักดิ์ต่อกั๋วกงกู้
ซ่งหมิ่นร้อนใจ “ท่านอ๋องหมายความว่ากั๋วกงกู้ผู้นั้นต้องการเอาชีวิตสามีข้าหรือเพคะ?! แล้วจะทำอย่างไรดี?!”
หากเซิ่นหยวนคิดแก้แค้นเรื่องส่วนตัว อยากระบายความแค้นแทนนางเซิ่น จึงจงใจวางยาพิษ บัดนี้หลักฐานก็ชัดแจ้งแล้ว เซิ่นหยวนย่อมหนีความผิดไม่พ้น ดำเนินคดีตามกฎหมายก็สิ้นเรื่อง
แต่หากกั๋วกงกู้ต้องการเอาชีวิตสามีของนาง ต่อให้จัดการเซิ่นหยวนไปได้ ก็ยังต้องมีคนอื่นอีก
จะป้องกันได้อย่างไรไหว?
อู๋ซวี้ปลอบโยนด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ข้าจะคุ้มครองให้ท่านลุงปลอดภัย”
