อู๋ซวี้ก้าวเข้าเรือนหลัก ชีซู้ลุกขึ้นต้อนรับ พลางพินิจสีหน้าเขา เมื่อไม่เห็นแววขุ่นเคือง จึงเอ่ยขึ้นตามปกติว่า “หม่อมฉันจะช่วยท่านอ๋องเปลี่ยนอาภรณ์เพคะ”
หลังออกจากวังกลับจวน สิ่งแรกที่เขาทำคือเปลี่ยนเป็นชุดลำลอง เรื่องนี้กลายเป็นความเคยชินที่ไม่ต้องเอ่ยถึงกันแล้ว
อู๋ซวี้ขานรับเบา ๆ แล้วก้าวไปยังฉากกั้นในห้องด้านใน สายตาหยุดอยู่บนใบหน้านางชั่วครู่ ก่อนถามว่า “การไต่สวนวันนี้มีเรื่องใดไม่ราบรื่นหรือไม่”
หนิงมั่วรายงานขั้นตอนและผลการไต่สวนให้เขาฟังไปก่อนหน้านี้แล้ว
ทุกอย่างเป็นไปตามที่เขาคาดไว้ นอกเสียจากเซิ่นฮุ่ยหลานจะเชือดคอตนเองต่อหน้าศาล
นางตกใจหรือไม่?
ชีซู้ส่ายหน้า เดินตามไปยืนข้างเขา ก่อนยื่นมือไปแก้สายผูกชุดขุนนางให้ การเคลื่อนไหวคล่องแคล่วเป็นธรรมชาติ นางไม่รอให้เขาถามก็เล่าเรื่องในศาล รวมถึงเรื่องที่ไปยังคุกพร้อมกู้ชิงอิงเพื่อแสดงละครอย่างกระชับ
นางละเรื่องสืออวี่ไว้ ไม่เอ่ยถึงแม้แต่น้อย จากนั้นค่อย ๆ ถอดเสื้อตัวนอกให้เขา พลางมองไหล่ขวาอย่างห่วงใย เมื่อเห็นผ้าพันแผลสะอาด ไม่มีรอยเลือด จึงแน่ใจว่าบาดแผลไม่ปริแล้วค่อยวางใจ นางแขวนเสื้อตัวนอกไว้บนฉากกั้น ก่อนเอ่ยถึงฉินซูเหอขึ้นเองว่า “วันนี้ท่านหมอฉินมาเยือน มอบยาเม็ดบำรุงให้หม่อมฉันขวดหนึ่งเพคะ”
ไม่ว่าเขาจะพบฉินซูเหอที่หน้าประตูหรือไม่ เรื่องที่ฉินซูเหอมาถึงจวนก็ปิดบังไม่ได้ และนางก็ไม่ควรปิดบังเขา
การหลีกเลี่ยงไม่พูดถึงมีแต่จะเพิ่มความเข้าใจผิด นางบอกเขาเองย่อมดีกว่าให้เขาทราบจากแม่นมฝางหรือคนอื่น ๆ
อู๋ซวี้ไม่ตอบ เพียงเอียงหน้ามองนางเล็กน้อย รอฟังนางพูดต่อ
