คนขับรถม้ามีสีหน้าซีดเผือด รีบค้อมกายตอบว่า “ทูลอ๋อง เมื่อครู่สาวใช้ของฮูหยินท่านนี้มาหาข้าน้อย บอกว่ามีสหายรออยู่ที่ประตูด้านข้าง ถามข้าน้อยว่าประตูนี้ใช่หรือไม่ ข้าน้อยจึงตามนางไปดู กลับมาก็เห็นม้าตื่นตกใจเสียแล้ว เรื่องอื่น...ข้าน้อยไม่ทราบเลยพ่ะย่ะค่ะ”
สาวใช้หลบสายตา ส่ายหน้าซ้ำ ๆ “บ่าว...บ่าวเพียงถามทาง ไม่มีเรื่องอื่น...”
อู๋ซวี้ทำราวกับไม่ได้ยิน สายตาจับอยู่บนใบหน้าของชีว่านหนิง ก่อนถามเสียงเย็น “เจ้าคิดจะทำอะไร?”
จากคำของคนขับรถม้า พอจะสรุปได้ว่าชีว่านหนิงส่งสาวใช้ไปล่อคนขับรถม้าออกไป
นางอุตส่าห์วางแผนเช่นนี้ ย่อมมีจุดประสงค์บางอย่าง
ชีว่านหนิงกุมท้องไว้ ใบหน้าซีดขาว หน้าผากชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็น ความเจ็บปวดรุนแรงทำให้นางพูดลำบาก ทว่าก็ไม่กล้าไม่ตอบคำถามของอ๋องผู้สำเร็จราชการ “ข้า...ข้าจุดธูปเสร็จแล้ว กำลังจะกลับจวน...มีธนู...ธนู...ม้าตกใจจนถีบข้าล้ม...”
นางไม่รู้ว่าเหตุใดตนจึงโชคร้ายถึงเพียงนี้ และไม่รู้ว่าธนูมาจากไหน ทำให้แผนการล้มเหลว ทั้งยังถูกจับได้คาหนังคาเขา
ทว่าความเจ็บปวดแสนสาหัสและความหวาดหวั่นว่าทารกในครรภ์จะเป็นอันตราย กลับมีน้ำหนักเหนือความกลัวที่มีต่ออู๋ซวี้ “ท่านอ๋อง...ช่วยลูกของหม่อมฉันด้วย...”
สาวใช้ปล่อยมือจากนาง แล้วคุกเข่าโขกศีรษะให้อู๋ซวี้กับชีซู้ ร้องไห้กล่าวว่า “ขอท่านอ๋องกับพระชายาช่วยฮูหยินของบ่าวก่อนเถิด...ต่อให้ตามหมอมาสักคนก็ยังดี หากชักช้าต่อไป เกรงว่าจะมีคนตาย...รอหมอมาถึงแล้วค่อยซักถามเถิด...”
ทันใดนั้นเงาร่างหนึ่งก็พุ่งกลับมาจากทางหลังคา ก่อนร่อนลงกลางลานอย่างมั่นคง
