หลี่ขุยมองนายทหารยศร้อยตรีหน้าสี่เหลี่ยมที่เดินเข้ามา มุมปากยกขึ้นก่อนเอ่ยยิ้ม ๆ ว่า “เหล่าเซวี่ย นายพาคนจากหมวดสอง หมู่หนึ่งมาทำไม?”
ผู้มาใหม่ชื่อเซวี่ยจื้อ เป็นหัวหน้าหมู่หนึ่งของหมวดสอง เขาเป็นทหารเก่าที่เข้ากองทัพรุ่นเดียวกับหลี่ขุย ทั้งคู่เคยแข่งขันเอาชนะกันมาตั้งแต่ตอนอยู่กองฝึกทหารใหม่ หลังแยกย้ายเข้าหน่วยก็ยังได้อยู่กองพันเดียวกัน ตลอดหลายปีมานี้จึงต่างฝ่ายต่างไล่ตามและขับเคี่ยวกันมาตลอด
ไม่มีใครยอมใคร และก็ไม่มีใครกดอีกฝ่ายลงได้ ตอนนี้เซวี่ยจื้อพาคนทั้งหมู่มาถึง ความหมายของเขาก็ชัดเจนอยู่แล้ว
เซวี่ยจื้อเดินมาหยุดตรงหน้าหลี่ขุย ไม่อ้อมค้อม เปิดประเด็นตรง ๆ พร้อมรอยยิ้ม “มาแข่งกันไหม? ดูว่าหมู่ของใครเรียนรู้ได้เร็วกว่า แล้วใครยืนท่าตรงได้นานกว่า กำหนดเวลาหนึ่งชั่วโมงเป็นไง?”
หลี่ขุยเลิกคิ้วอย่างสนใจ ยิ้มตอบว่า “น่าสนใจนี่ งั้นก็แข่งกันสิ คิดว่าฉันกลัวหรือไง!”
เซวี่ยจื้อพยักหน้าอย่างพอใจ ก่อนหันไปพูดกับทหารใหม่ในหมู่ของตัวเอง “ได้ยินกันแล้วใช่ไหม? หมู่หนึ่งของหมวดสองจะแพ้หมู่หนึ่งของหมวดหนึ่งไม่ได้เด็ดขาด! ใครทำให้ฉันเสียหน้า กลับไปวิดพื้น 100 ครั้ง ขาดแม้แต่ครั้งเดียวก็ไม่ได้!”
พวกทหารใหม่ของหมู่หนึ่ง หมวดสอง รวมถึงอู๋สงต่างพากันตึงเครียด แต่ละคนยืดหลังตรงแน่ว
อู๋สงกัดฟันแน่น สายตาเหลือบไปทางเฉินฝาน ครั้งก่อนเขาแพ้เฉินฝานตอนวิ่งห้ากิโลเมตร คราวนี้ตอนยืนท่าตรง เขาจะต้องเอาคืนให้ได้
เซวี่ยจื้อสาธิตให้ทหารใหม่ของตัวเองดู ท่าทางแทบไม่ต่างจากที่หลี่ขุยสาธิตไว้ และเป็นระเบียบได้มาตรฐานไม่แพ้กัน ทั้งคู่เป็นทหารรุ่นเดียวกัน พื้นฐานจึงสูสีกัน
