“มา!” จางอวี่ยื่นมือออกมา
“เป่ายิ้งฉุบ!”
ผู้หมวดหนุ่มสองคนซึ่งเป็นหัวหน้าหมวด เริ่มเป่ายิ้งฉุบแย่งคนกันต่อหน้าทหารใหม่ทั้งหมวด ราวกับเด็กประถม
“เชี่ย! หัวหน้าหมวดสองคนถึงกับเป่ายิ้งฉุบแย่งทหารใหม่กันเลยเหรอ!”
“ฉันตาฝาดไปหรือเปล่า?”
ทหารใหม่ที่อยู่ตรงนั้นต่างตกตะลึงกันอีกครั้ง
รอบแรก จางอวี่ออกค้อน ส่วนโจวเว่ยกั๋วออกกระดาษ โจวเว่ยกั๋วชนะ
โจวเว่ยกั๋วยกมุมปากขึ้นอย่างได้ใจ แล้วมองจางอวี่ “ฮ่า ๆ ๆ! ฉันชนะไปหนึ่งรอบ!”
“อย่าเพิ่งดีใจไป!”
จางอวี่ตอบเสียงเย็น
รอบที่สอง จางอวี่ออกกรรไกร ส่วนโจวเว่ยกั๋วออกกระดาษ จางอวี่ชนะ
คะแนนกลับมาเสมอกัน
จางอวี่ถอนหายใจอย่างโล่งอก สะบัดข้อมือสองสามที
รอบที่สาม จางอวี่ออกค้อน ส่วนโจวเว่ยกั๋วออกกรรไกร
จางอวี่ชนะ
“ฮ่า ๆ ๆ!” จางอวี่เงยหน้าหัวเราะลั่น ความยินดีบนใบหน้าแทบกดไม่อยู่ “ฉันชนะแล้ว! เฉินฝานเป็นของฉัน!”
“บ้าจริง!” โจวเว่ยกั๋วกัดฟันกรอด กำหมัดจนดังกร๊อบแกร๊บ “ถือว่านายโชคดีไป! อีกแค่รอบเดียวแท้ ๆ!”
ถึงโจวเว่ยกั๋วจะแพ้เรื่องเฉินฝาน แต่ก็ไม่ได้คิดจะกลับไปมือเปล่า
เขามองจางอวี่แล้วพูดว่า “เหล่าจาง นายเอาเฉินฝานไปแล้ว อู๋สงฉันขอนะ แบบนี้ได้ใช่ไหม?”
แม้อู๋สงจะแพ้เฉินฝานในการวิ่ง 5 กิโลเมตร แต่สมรรถภาพทางกายก็ไม่เลว อยู่ในกลุ่มแนวหน้าของทหารใหม่ได้อย่างมั่นคง อีกทั้งยังมาจากทีมกีฬา พื้นฐานดี มีศักยภาพสูง ต่อให้เป็นปีก่อน ๆ ก็เป็นต้นกล้าชั้นดีที่ใคร ๆ ต่างแย่งกันรับตัว
