ฟ้ายังไม่สว่างเต็มที่ ยามเช้าบนที่ราบสูงถูกปกคลุมด้วยสีครามเข้มจาง ๆ เส้นขอบฟ้าทางทิศตะวันออกเพิ่งปรากฏแสงสีขาวนวล ยอดเขาหิมะเลือนรางอยู่ท่ามกลางแสงสลัว ราวกับสัตว์ยักษ์ที่เพิ่งตื่นจากนิทรา
เสียงนกหวีดปลุกอันแหลมกรีดความเงียบสงัดในค่ายขึ้นโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย
“ตื่นได้แล้ว! พับผ้าห่ม จัดของใช้ส่วนตัว ล้างหน้าแปรงฟัน แล้วออกกำลังกาย อีก 10 นาทีรวมพลข้างนอก!”
หลี่ขุยเป็นคนแรกที่ผุดลุกจากเตียง รวดเร็วราวกับมีสปริงติดตัว เขาสวมชุดฝึกพลางตะโกนเสียงดัง เสียงนั้นดังก้องไปทั่วห้องพัก ปลุกทุกคนให้สะดุ้งตื่นจากความฝัน
เฉินฝานลุกขึ้นแทบจะพร้อมกับหัวหน้าหมู่
เขาสะบัดผ้าห่มแล้วพลิกตัวลงจากเตียงอย่างคล่องแคล่ว ไม่มีท่าทีอืดอาดแม้แต่น้อย เมื่อยืนอยู่หน้าเตียงก็ใช้สองมือจับปลายผ้าห่มทั้งสองข้าง สะบัดแรง ๆ จนผ้าห่มแผ่เรียบตึงบนเตียง จากนั้นก็รีดรอยพับ พับผ้า จับมุม แล้วเก็บขอบ ทุกการเคลื่อนไหวต่อเนื่องลื่นไหล ไม่ถึง 2 นาที ผ้าห่มก็กลายเป็นก้อนสี่เหลี่ยมทรงเต้าหู้ที่ได้มุมได้เหลี่ยม วางอยู่กลางเตียงอย่างเรียบร้อย
จากนั้นเขาจัดอ่างเหลืองใบเล็ก แก้วแปรงฟัน และผ้าเช็ดหน้า ทุกชิ้นวางไว้ในตำแหน่งมาตรฐาน ส่วนรองเท้าแตะก็เรียงคู่กันใต้เตียง หันปลายรองเท้าออกด้านนอกและจัดให้ตรงกับขอบเตียง
ทุกขั้นตอนต่อเนื่องกันรวดเดียว ไม่มีการเคลื่อนไหวหรือความลังเลที่ไม่จำเป็น
ส่วนเตียงชั้นล่างอีกฝั่ง เหลยกังเอาผ้าห่มคลุมโปง ก่อนจะโผล่หัวฟู ๆ ออกมาจากผ้าห่ม หรี่ตางัวเงียแล้วพึมพำเสียงอู้อี้ว่า “หัวหน้าหมู่ ขอพวกเรานอนต่ออีกหน่อยเถอะ แค่ 5 นาที… 5 นาทีก็พอ…”
พูดจบก็เอาผ้าห่มคลุมหัวอีกครั้ง แล้วขดตัวเป็นก้อน
“ยังจะนอนอีกหรือ?” พอเห็นเช่นนั้น หลี่ขุยก็หน้าเคร่ง เดินฉับ ๆ เข้าไปกระชากผ้าห่มของเหลยกังออก “ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้!”
