“ได้” เฉินฝานไม่ได้ปฏิเสธ เขาเอื้อมมือไปคลี่ผ้าห่มที่เพิ่งพับเป็นก้อนเต้าหู้ออก แล้วปูให้เรียบบนเตียงอีกครั้ง
จากนั้นก็เริ่มพับใหม่ ท่ามกลางสายตาของทุกคนในหมู่
คราวนี้หลี่ขุยจับตาดูทุกท่วงท่าของเฉินฝานไม่กะพริบ
วิธีพับของเฉินฝานแทบไม่ต่างจากที่เขาสอนเมื่อครู่ ทั้งกดแนวพับ พับผ้า หยิบจับมุม และเก็บขอบ ทุกขั้นตอนเหมือนกันไม่มีผิด
แต่รายละเอียดกลับต่างกันราวฟ้ากับเหว ตอนกดผ้าห่ม เฉินฝานลงน้ำหนักมือได้พอดี ทำให้ใยฝ้ายแน่นขึ้นโดยไม่กดจนแข็งกระด้างและเสียความยืดหยุ่น
ตอนพับ แต่ละครั้งที่ทบผ้ากว้างเท่ากันเป๊ะ ราวกับวัดด้วยไม้บรรทัด ส่วนตอนจับมุม นิ้วมือก็ขยับอย่างคล่องแคล่ว เพียงครู่เดียวก็ได้มุมฉากที่ได้มาตรฐาน ไม่ต้องปรับซ้ำไปซ้ำมา
ท่วงท่าทั้งชุดลื่นไหลต่อเนื่อง ไม่มีติดขัดแม้แต่น้อย ใช้เวลาไม่ถึงสองนาที ก้อนเต้าหู้ที่ได้มาตรฐานยิ่งกว่าเดิมก็วางเป็นระเบียบอยู่บนเตียง
เมื่อเทียบกับก้อนที่พับครั้งก่อน คราวนี้มุมคมชัดกว่าเดิม ทั้งยังเรียบตึงกว่าอีกด้วย
“ซี้ด!”
เสียงสูดลมหายใจเฮือกดังขึ้นทั่วห้องพัก
“นาย...” หลี่ขุยอ้าปากค้างอยู่นานกว่าจะถามออกมาได้ว่า “ก่อนเข้ากองทัพ นายแอบฝึกมาก่อนหรือเปล่า?”
