ฉินเกอใช้เวลาช่วงบ่ายทั้งหมดศึกษาเอกสารพวกนั้น รู้สึกมาตลอดว่ามันยังขาดอะไรไปสักอย่าง
เขากับดวงดาวน่าจะสนิทสนมกันมากกว่านี้ถึงจะถูก
แต่หลายอย่างที่ในนี้บอกไว้ เขาเองก็ไม่เคยลองกับดวงดาวจริง ๆ
ฉินเกอกะเวลาเลิกเรียน แล้วขับรถไปรับสวี่ซิงเฉินโดยตรง
เขามาถึงก่อนเวลาสิบกว่านาที จอดรถไว้ในลานจอดรถ แล้วเดินเข้าไปในห้องเรียนของสวี่ซิงเฉิน
พอมาถึง สวี่ซิงเฉินก็เลิกเรียนพอดี
นักศึกษาด้านข้างมือไม้ชะงักลงอย่างเห็นได้ชัด สายตาเหล่านั้นเริ่มจับจ้องมาที่เขาและสวี่ซิงเฉินอีกครั้งอย่างมีเลศนัย
เวลาส่วนใหญ่ ฉินเกอไม่ชอบให้ใครมาจ้องดวงดาว
แต่ถ้าพวกเขามองสวี่ซิงเฉินคู่กับเขา อันนั้นก็ยังพอรับได้
ควรให้คนอื่นเห็นเสียบ้างว่าดวงดาวเป็นของใคร จะได้ไม่มีพวกชอบดมตามกลิ่นมาแส่หา มาโลภอยากได้ของของเขา
“เลิกเรียนแล้วนะ ดวงดาว”
เขาทำเป็นช่วยสวี่ซิงเฉินเก็บของอย่างเป็นธรรมชาติสุด ๆ แล้วจูงมือเขาไว้
มองดูคนรอบข้างที่ยังไม่กลับ เขายกมือขึ้นโอบสวี่ซิงเฉินไว้ทั้งตัวแนบอก
รอบด้านมีเสียงฮือฮาอย่างกลั้นไว้ และยังมีคนอดไม่ไหวกระทืบเท้าอยู่สองสามที
ฉินเกอจงใจยกระดับเสียงให้ดังขึ้นนิดหนึ่ง “ไอ้หัวชมพูเฉียนเหล่ยเหล่ยยังติดต่อเธออยู่บ้างไหม”
“ฉันได้ยินพ่อของมันว่าที่บ้านนัดดูตัวให้ มันน่าจะไปแล้วนะ”
“ครั้งหน้ามันจะนัดเธอไปกินข้าว จำไว้ให้ดีว่าจะต้องรอฉัน ครั้งนี้ฉันก็แค่เลิกงานช้าไปหน่อย ไม่งั้นก็ไม่ให้มันมารับเธอหรอก”
