“สวัสดีครับท่านประธานเจียง พวกเราเป็นผู้รับผิดชอบโครงการอวิ๋นเถิง ดิฉันหานจิ้ง ส่วนเธอคือซูจิ่นชู นี่คือเอกสารที่พวกเราเตรียมมา เชิญท่านพิจารณา”
หานจิ้งและซูจิ่นชูมาถึงบริษัทจื้อหย่วนเทคโนโลยี โค้งคำนับพลางยื่นแผนงานของตนให้ด้วยความเคารพ
นี่คือแผนล่าสุดที่ทั้งคู่พากันทำงานล่วงเวลาติดต่อกันสามวันจนเสร็จออกมา
ร่างแผนได้ถูกส่งให้บริษัทจื้อหย่วนเทคโนโลยีทางอีเมลแล้ว ท่านประธานเจียงของพวกเขาพอใจมาก จึงให้เลขาฯ นัดพบเพื่อหารือในรายละเอียด
“ร่างแผนของพวกคุณนั้นผมอ่านแล้ว ผมพอใจมาก เพียงแต่คิดไม่ถึงว่าคนที่ทำแผนงานได้ดีถึงเพียงนี้จะเป็นสาวสวยวัยรุ่นถึงเพียงนี้” เจียงไห่เผิงกวาดตามองเรือนร่างของทั้งคู่ขึ้นลงอย่างพิจารณา
ซูจิ่นชูเกรงว่าเขาจะคิดว่าพวกเธอยังเด็กแล้วทำงานไม่ได้ดี จึงรีบรับประกันว่า “ท่านประธานเจียงวางใจได้ พวกเราถึงจะอายุยังน้อย แต่ก็ล้วนมีประสบการณ์คุมโครงการมาแล้ว ไม่มีทางทำให้ท่านประธานเจียงผิดหวังแน่นอน”
เจียงไห่เผิงวัยสามสิบกว่า ยังดูสง่างามมีสง่าราศี โบกมือให้พวกเธอทันทีแล้วเอ่ยขึ้นว่า “ผมเข้าใจนะ ไม่ใช่ว่าผมไม่เชื่อใจพวกคุณ เอาแบบนี้ดีกว่า อีกเดี๋ยวก็จะถึงเวลาอาหารแล้ว เราไปกินข้าวด้วยกัน ค่อยคุยไปพลางๆ ดีไหม”
“ดีค่ะ” หานจิ้งตอบตกลงทันที
ซูจิ่นชูย่นคิ้วด้วยความกลุ้มใจ แต่หานจิ้งรับปากไปแล้ว เธอเองก็ไม่สะดวกจะพูดอะไรอีก
เดิมทีหานจิ้งนึกว่าจะกินที่โรงอาหารของบริษัทพวกเขา ใครจะไปคิดว่าเจียงไห่เผิงจะให้เธอจองร้านอาหาร เธอได้แต่ต้องค้นหาร้านอาหารแถวนั้น หาร้านที่ได้คำวิจารณ์ดีๆ เจอแล้วจึงจองที่ไว้
ทว่าตอนที่กำลังไป เจียงไห่เผิงก็เอาแต่ชวนซูจิ่นชูคุย ซักนั่นถามนี่ไม่หยุด
มีบางคำถามที่ออกนอกขอบเขตเรื่องงาน ทำให้ซูจิ่นชูรู้สึกอึดอัดใจ
