“ฉันกินมาแล้ว คุณกินเสร็จหรือยัง กินเสร็จแล้วก็กลับบ้านกันเถอะ”
กู้หมิงเฉินไม่อยากถูกพี่สาวซักถาม จึงจูงมือซูจิ่นชูให้เดินออกไป
“กู้หมิงเฉิน นายยังไม่ได้ตอบคำถามฉันเลย แล้วจะเดินหนีไปได้ยังไง” กู้หมิงเหมยอดสงสัยเรื่องนี้ไม่ได้จริง ๆ
อย่างไรก็ตาม กู้หมิงเฉินก็จูงมือซูจิ่นชูออกไปแล้ว โดยไม่แม้แต่จะให้เวลาซูจิ่นชูได้กล่าวลาพี่หมิงเหมยเลยด้วยซ้ำ
“ฉันยังไม่ได้บอกลาพี่สาวคุณเลยนะ”
หลังจากถูกเขาดึงขึ้นรถ ซูจิ่นชูก็อดบ่นขึ้นมาไม่ได้
กู้หมิงเฉินกระแอมเบา ๆ แล้วพูดว่า “ไม่จำเป็น ครั้งหน้าอย่าได้ไปกินข้าวกับเธออีกเลย เดี๋ยวจะถูกเธอรังแกเอาได้”
“เธอไม่ได้รังแกฉันนะ พี่เหม่ยเป็นคนดีจริง ๆ ดูก็รู้ว่าเป็นคนตรงไปตรงมา ฉันชอบเธอมากเลย” ซูจิ่นชูพูดด้วยน้ำเสียงชื่นชม
ความตรงไปตรงมาที่ไม่เกรงกลัวอะไรนั้น ต้องมาจากสภาพแวดล้อมการเติบโตที่ดีเป็นแน่ ชีวิตแบบนั้นใครเล่าจะไม่อิจฉา
“อิ่มหรือยัง” จู่ ๆ ฝ่ายชายก็ถามขึ้น
ซูจิ่นชูหน้าแดงพลางส่ายหน้า เธอยังไม่อิ่มเลยจริง ๆ
ตอนแรกกลัวเปลืองเงินเลยสั่งแค่สปาเก็ตตี้มาคนเดียว แถมยังรสชาติแย่อีก ไหนจะต้องคุยกับกู้หมิงเหมยอีก แทบไม่ได้กินไปกี่คำเลย แล้วจะไปอิ่มได้ยังไง
“ผมจำได้ว่า ครั้งก่อนคุณพาโจวจวิ้นฉีไปกินข้าวแถวมหาวิทยาลัยเจียงต้า มีร้านไหนที่ชอบไหม พาผมไปลองชิมหน่อยสิ” ฝ่ายชายเสนอ
“คุณกินมาแล้วไม่ใช่เหรอ” ซูจิ่นชูถามอย่างแปลกใจ
ชายหนุ่มยกยิ้มบางมุมปาก ยกมือขึ้นลูบศีรษะเธอพลางพูดว่า “เมื่อกี้โกหกพี่สาวนะครับ ไม่อย่างนั้นเธอจะยอมปล่อยพวกเราง่าย ๆ ได้ยังไง”
