ชายหนุ่มมีผมสีน้ำตาลระต้นคอ ใบหน้าหล่อเหลาราวกับรูปสลัก สันจมูกโด่ง ริมฝีปากได้รูป ดวงตาสีเทาอมฟ้าเผยแววอ่อนโยนอยู่หลายส่วน
สิ่งที่โดดเด่นที่สุดคือบุคลิกสุขุมสง่างาม ราวกับศิลปิน หรือไม่ก็ขุนนางที่มักปรากฏในภาพวาดสีน้ำมันแบบคลาสสิก
“มารับฉันหรือ?”
เจี่ยนหยวนกัดหลอดดูด พูดอู้อี้ว่า “รอเดี๋ยวนะ ขอฉันดื่มน้ำผลไม้แก้วนี้ให้หมดก่อน”
ท่าทางเป็นธรรมชาติราวกับคนตรงหน้าไม่ใช่เซนทิเนลจากหอคอยดำ แต่เป็นหมาเหลืองตัวใหญ่จากบ้านข้าง ๆ ที่แวะมาเยี่ยม
แววประหลาดใจวาบผ่านดวงตาของชายหนุ่ม เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“ไม่ต้องรีบ”
“ขอแนะนำตัวก่อน ผมชื่อเผยเอินซือ เป็นเซนทิเนลระดับเอส ยินดีอย่างยิ่งที่ได้พบคุณหนูไกด์ผู้ทรงเกียรติ”
เจี่ยนหยวนเลียรสหวานหยดสุดท้ายที่ติดอยู่บนริมฝีปาก ก่อนพึมพำ
“ทำไมเป็นระดับเอสอีกแล้วล่ะ”
ไม่ใช่ว่าระดับเอสหายากมากในหมู่เซนทิเนลหรือไง?
แต่สองสามวันมานี้เธอกลับเจอหลายคนติด ๆ กัน ราวกับผักกาดขาวที่มีเกลื่อนตลาด
เผยเอินซือยิ้ม คล้ายไม่ได้ยินคำบ่นของเธอ
สายตาเขาเลื่อนลงไปหยุดอยู่ที่น้ำผลไม้สีส้มอมชมพูในแก้ว ซึ่งเหลือเพียงก้นแก้วแล้ว
มือเจ้าของแก้วยังคงกำรอบแก้วไว้ ดูเหมือนจะเสียดายไม่น้อย
“คุณชอบรสนี้หรือ? ผมจะให้พวกเขาเตรียมไว้ให้ พอไปถึงหอคอยดำก็จะได้ดื่ม”
ดวงตาเจี่ยนหยวนเป็นประกาย “ได้ด้วยหรือ?”
ในยุคดวงดาว ผลไม้สดมีราคาแพงและหายาก
ผลไม้หยาดน้ำผึ้งยิ่งมีผลผลิตน้อย เพราะต้องการสภาพแวดล้อมในการเติบโตอย่างเข้มงวด ในฐานะไกด์ระดับอี เธอแทบไม่มีโอกาสได้แบ่งสรร
น้ำผลไม้หยาดน้ำผึ้งขวดนี้เป็นของที่โหยวจินน่ายกให้ เพราะบอกว่าไม่ชอบรสหวาน
