คนที่ถูกยกย่องจนลอยขึ้นฟ้า พองตัวเสียจนคิดว่าตัวเองจะบงการโลกทั้งใบได้อย่างง่ายดาย ย่อมไม่เต็มใจจะก้มมองเหล่าเซนทิเนลที่ยังดิ้นรนอยู่บนเส้นแบ่งระหว่างความเป็นกับความตาย
นี่แหละธาตุแท้อันน่าเกลียดของมนุษย์
สิ่งที่เผยเอินซือไม่ได้พูดก็คือ ไกด์ไม่น้อยต่างเห็นด้วยกับข้อเสนอของไกด์คนนั้น
พวกเธอรังเกียจความคลุ้มคลั่ง ความเจ็บปวด และสภาพน่าเวทนาของเซนทิเนลยามที่พวกเธอช่วยปรับสภาพให้เซนทิเนลที่เสียการควบคุม สิ่งเหล่านี้ทำให้พวกเธอรู้สึกไม่สบายใจ
ทั้งที่สาเหตุที่เหล่าเซนทิเนลเสียการควบคุม เป็นเพราะพวกเขาต่อต้านสัตว์ต่างดาวที่รุกรานในสนามรบ
แววมืดหม่นวูบผ่านดวงตาของเผยเอินซือ เสียงทุ้มต่ำแฝงแววชวนให้คล้อยตาม
“ไกด์เจี่ยนก็คิดว่าที่เธอพูดมีเหตุผลใช่ไหม?”
“ในเมื่อเจ็บปวดขนาดนั้นแล้ว ตายไปเสียเลยไม่ดีกว่าหรือ? ทำไมยังต้องมีชีวิตอยู่เพื่อสร้างปัญหาให้โลกนี้อีกล่ะ?”
เห็นเจี่ยนหยวนเอาแต่นิ่งอึ้งไม่พูดอะไร เขาก็ไม่ซักไซ้ต่อ เพียงหันไปหยิบกล่องลูกอมจากตู้เก็บของแล้วยื่นมาให้
มือของเขาถูกปัดออกอย่างแรง
เจี่ยนหยวนกล่าวด้วยสีหน้าเย็นชา
“คุณพูดผิด ต่อให้มีชีวิตอยู่อย่างเจ็บปวด ก็ยังมีสิทธิ์ที่จะมีชีวิตต่อไป”
ในชาติก่อน เธอป่วยเป็นโรคประหลาด แต่พ่อแม่ไม่เคยทอดทิ้งเธอ พวกเขาทุ่มเงินและแรงกายแรงใจให้เธอมากมายเหลือคณา
ตอนที่นอนเป็นอัมพาตอยู่บนเตียง เจี่ยนหยวนก็เคยคิดว่าตัวเองไม่ควรมีชีวิตอยู่จริง ๆ หรือเปล่า
การที่เธอมีชีวิตอยู่ กำลังสร้างปัญหาให้ครอบครัวหรือเปล่า?
แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็ยังอยากมีชีวิตต่อไป
นี่คือสิทธิ์ที่ทุกชีวิตควรมี ไม่ว่าจะเจ็บปวดเพียงใด ก็มีสิทธิ์ดิ้นรนเพื่อมีชีวิตอยู่ต่อ
