“ถ้าอย่างนั้นคุณควรมีพลังระดับบีขึ้นไป”
สีหน้าของอีไลไม่มีแววล้อเล่นแม้แต่น้อย “มีคนที่จำเป็นต้องได้รับการปรับสมดุลในครั้งนี้มาก”
“—ถ้าพลาดโอกาสครั้งนี้ไป เขาอาจตายได้”
เส้นผมสั้นสีเงินขาวของเขาสะท้อนแสงเป็นประกายงดงาม เมื่อถอดเปลือกนอกอันเหลาะแหละออก เขาก็คือนายทหารแห่งหอคอยดำที่ต้องรับผิดชอบต่อลูกน้องของตน
เสียงสะท้อนแผ่วเบาดังก้องในทางเดินอันว่างเปล่า
เจี่ยนหยวนพยักหน้าอย่างจริงจังเช่นกัน
“ฉันเข้าใจค่ะ”
เธอไม่มีวันมองข้ามชีวิตคนแม้แต่ชีวิตเดียว
ทั้งสองเดินไปจนถึงหน้าห้องปรับสมดุลโดยไม่ได้พูดอะไรกันอีก
ดูจากสภาพแล้ว ห้องปรับสมดุลเพิ่งตกแต่งเสร็จไม่นาน ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์หรือของประดับล้วนใหม่เอี่ยมและสะอาดเอี่ยม
ภายในห้องใช้สีขาวนวลละมุนตาและสีเทาอ่อนเป็นหลัก เพื่อลดสิ่งเร้าทางสายตาที่อาจกระทบเซนทิเนลให้เหลือน้อยที่สุด บนเพดานติดตั้งกล้องวงจรปิดและเครื่องควบคุมหนึ่งเครื่อง มีเก้าอี้สองตัว โซฟาหนึ่งตัว และตู้เก็บของสูงจรดเพดาน
บนโซฟาสำหรับให้ไกด์พักผ่อนยังมีหมอนอิงนุ่ม ๆ วางอยู่ กลิ่นดอกไม้จาง ๆ อบอวลในอากาศ
เจี่ยนหยวนสูดกลิ่นนั้น พลันรู้สึกจิตใจสงบลง
คงเติมน้ำหอมที่ช่วยให้จิตใจสงบเหมือนหอคอยขาว
เธอก้าวเข้าไปในห้อง มองอีไลนั่งลงบนเก้าอี้ควบคุมกลางห้อง
เพื่อป้องกันไม่ให้เซนทิเนลแสดงพฤติกรรมรุนแรงเกินเหตุระหว่างการปรับสมดุล หรือทำร้ายไกด์ เก้าอี้ควบคุมจึงมีอุปกรณ์รัดตรึงที่แน่นหนาเป็นพิเศษ ตัวนี้มีสายรัดอยู่ห้าเส้น
หนึ่งเส้นรัดเอว สองเส้นรัดแขน และอีกสองเส้นรัดข้อเท้า
