เจี่ยนหยวนเอียงศีรษะเล็กน้อยด้วยความไม่เข้าใจ
เธอนึกว่าอีไลจะใส่ใจกับคำพูดดูแคลนเขาเสียอีก ไม่คิดว่าเขาจะสนใจเรื่องที่โหยวจินน่าแนะนำคู่ครองให้เธอมากกว่า
“เธอพูดแบบนั้นจริง ๆ มีอะไรหรือ?”
อีไลดูเหมือนจะอึ้งไปกับปฏิกิริยาของเธอ ก่อนจะขมวดคิ้วแล้วกล่าวว่า
“ฟังดูเหมือนเธอจะตั้งตารอมากนะ”
เจี่ยนหยวนส่ายหน้าเงียบ ๆ
“ก็ไม่ได้ตั้งตารอขนาดนั้น”
ปกติเธอต้องรับมือกับเซนทิเนลมากพออยู่แล้วไม่ใช่หรือ?
ถ้ามีเพิ่มมาอีกสักหลายคน เธอคงไม่รู้แล้วว่าตัวเองอยู่ในโลกความจริง หรือเปิดเกมจีบหนุ่มสุดโหดเล่นอยู่กันแน่
ทุกเช้าตื่นมาต้องตอบข้อความจากเซนทิเนลมากมาย พอตอบเสร็จก็พบว่าบ่ายโมงแล้ว รู้สึกเหมือนทั้งตัวโปร่งโล่งไปหมด
เจี่ยนหยวนเสริมว่า
“ถ้าเทียบกับเซนทิเนลแล้ว ฉันสนใจจิตอวตารของพวกเขามากกว่า”
ได้ลูบขนนุ่มฟูทุกวัน ช่วยเยียวยาจิตใจจะตายไป!
อีไลคลายคิ้วลง
สนใจแค่จิตอวตารเท่านั้นหรือ...
แววตาสีทองดุจทองคำของเขาวูบไหวเล็กน้อย จากนั้นก็ยกมือขวาขึ้น แมวขนยาวสีขาวโพลนตัวหนึ่งพลันปรากฏขึ้นบนท่อนแขนของเขา
“ถ้าอยากเล่นกับจิตอวตาร ก็เล่นของฉันดีกว่า อย่างน้อยมันก็ไม่ข่วนคน”
แมวขาวร้องรับอย่างรู้หน้าที่ ก่อนจะสะบัดหูฟูฟ่อง
เจี่ยนหยวนพยายามหักห้ามสายตาที่ลอยไปหาเจ้าเหมียว แล้วถามกลับว่า
“แล้วเจ้าของมันข่วนคนหรือเปล่า?”
อีไลหรี่ตาสีทองลงเล็กน้อย น้ำเสียงแผ่วเบา
“ตอนอยู่ในห้องนำทาง เธอก็รู้คำตอบแล้วไม่ใช่หรือ”
เจี่ยนหยวนนึกถึงหางที่พันรอบน่องของเธอขึ้นมา
