“เดิมทีฉันคิดว่า ต่อจากนี้ไปลุงจะเป็นญาติเพียงคนเดียวในโลกนี้ที่มีสายเลือดเดียวกับฉัน ขอแค่ลุงดีกับฉัน ต่อให้ปกติพวกเขาจะเห็นแก่เงินไปบ้าง ฉันก็ยินดีดูแลให้พวกเขามีกินมีใช้ไปตลอดชีวิต”
“แต่ฉันไม่คิดเลยว่าสิ่งเดียวที่เขาคะนึงถึงจะมีแค่ทรัพย์สินของตระกูลซู ส่วนฉันที่เป็นหลานสาวแท้ ๆ ของเขา เขากลับไม่มีความรู้สึกให้แม้แต่น้อย”
“ยิ่งไม่คิดว่าพวกเขาจะถึงขั้นคิดเอาชีวิตฉัน เพื่อยึดกิจการและทรัพย์สมบัติทั้งหมดของตระกูลซูไปครอง”
“เพราะฉะนั้นครั้งนี้ฉันจะไม่ยอมทนกับพวกเขาอีกแล้ว!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ลุงอวี๋ก็อดตาแดงไม่ได้ พยักหน้ารัว ๆ “ดี ดี ดี ขอแค่คุณหนูคิดได้ มองธาตุแท้ของพวกเขาออกแล้ว จะให้ลุงอวี๋ทำอะไร ก็บอกมาได้เลย”
พูดจบ เขาก็ใช้มือสั่น ๆ ล้วงผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดหางตา
ในใจรู้สึกยินดีและโล่งอกอย่างยิ่ง
คุณหนูใหญ่เติบโตขึ้นเสียที
เมื่อก่อนเขากลัวจริง ๆ ว่าคุณหนูใหญ่จะมองธาตุแท้ของเจียงเจี้ยนกั๋วกับครอบครัวนั้นไม่ออก เอาแต่เชื่อใจพวกเขา จนสุดท้ายยกตระกูลซูทั้งหมดให้คนอื่นไป
ต้องรู้ไว้ว่าตระกูลซูเกิดจากหยาดเหงื่อแรงกายของคนถึงสิบเก้ารุ่น!
ทรัพย์สมบัติที่สืบทอดต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่นนี่เอง ทำให้ตระกูลซูกลายเป็นตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดในเมืองเซี่ยง
หากสุดท้ายทรัพย์สินและกิจการของตระกูลซูตกไปอยู่ในมือคนนอก พวกคนแก่ไม่กี่คนอย่างพวกเขาจะมีหน้าไปพบคุณชายกับนายท่านและนายหญิงที่ปรโลกได้อย่างไร โชคดีที่ทุกอย่างยังไม่สายเกินไป
หลังจากถูกลอบสังหารเมื่อคืน คุณหนูที่พวกเขาทะนุถนอมเลี้ยงดูมาตั้งแต่เล็กก็ได้สติขึ้นมาทันที
แบบนี้ก็ดีแล้ว แบบนี้ดีจริง ๆ!
“ไม่พูดถึงพวกนั้นแล้ว ลุงอวี๋ ฉันมีเรื่องจะปรึกษาคุณ”
ซูเนี่ยนเวย์เปลี่ยนเรื่องกะทันหัน ก่อนเอ่ยอย่างจริงจังว่า “ฉันได้รับข่าวที่แน่นอนแล้ว อีกสองเดือนรัฐจะประกาศใช้เอกสารเรื่องการรวมกิจการเอกชนกับรัฐ ถึงตอนนั้นกิจการเอกชนทั้งหมดจะถูกโอนเป็นของรัฐ”
