เจียงเจินจูเดินวนไปวนมาอยู่ในห้องรับแขกอย่างกระวนกระวาย ความอดทนที่จะนั่งลงรอฟังข่าวหมดสิ้นไปแล้ว
เมื่อคืนเธอนอนไม่หลับทั้งคืน
ไม่เพียงนอนไม่หลับ ยังฝันร้ายตลอดทั้งคืนอีกด้วย
ในฝันมีแต่ภาพซูเนี่ยนเวย์วิ่งมาหาเธอเพื่อแก้แค้น ถามว่าทำไมถึงจ้างคนมาฆ่าเธอ ทั้งยังทำหน้าตาดุร้าย บีบคอเธอแล้วเรียกร้องให้ชดใช้ด้วยชีวิต ทำเอาเธอตกใจจนเหงื่อเย็นชุ่มไปทั้งตัว
พอตื่นขึ้นมาตอนเช้า ใต้ตาทั้งสองข้างก็คล้ำเขียว
อีกอย่าง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะรู้สึกผิดหรือหวาดกลัวกันแน่ เธอรู้สึกว่าไม่ว่าจะเดินไปไหนหรือกำลังทำอะไร ต้นคอก็มักจะเย็นวาบอยู่เสมอ ราวกับมีดวงตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องเธออยู่ ทำให้หวาดผวาจนใจสั่น
ทั้งที่เธอควรจะดีใจ ควรจะตื่นเต้น เพราะในที่สุดซูเนี่ยนเวย์ก็ตายแล้ว
เมื่อไม่มีซูเนี่ยนเวย์แล้ว ทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลซูก็จะตกเป็นของตระกูลเจียงนับแต่นี้
ถึงโรงงาน บริษัทค้าขาย ร้านค้า และโรงรับจำนำทั้งหมดที่อยู่ในนามตระกูลซูจะถูกทางการยึดไปในไม่ช้า แต่แค่ค่าเช่ากับเงินปันผลในแต่ละปีก็มีไม่น้อยกว่าสามแสนหยวนแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น ทรัพย์สินของตระกูลซูยังมีมูลค่ากว่าร้อยล้าน นอกเหนือจากนั้นยังมีทองคำ เงิน เพชรนิลจินดา ของโบราณ ภาพวาดและงานเขียนพู่กันที่คนตระกูลซูสั่งสมไว้หลายสิบชั่วอายุคน สมบัติล้ำค่ามีมากมายจนนับไม่ถ้วน
มีมากพอให้พวกเขาใช้จ่ายฟุ่มเฟือยได้หลายชั่วอายุคน
แต่ไม่รู้เพราะเหตุใด เธอกลับไม่รู้สึกดีใจแม้แต่น้อย
โดยเฉพาะหลังจากฝันแบบนั้นเมื่อคืน เธอไม่เพียงยิ้มไม่ออก กลับยังนั่งไม่ติดยืนไม่เป็นสุข ราวกับเรื่องราวหลุดพ้นจากการควบคุมของเธอไปแล้ว ให้ความรู้สึกเหมือนพายุกำลังจะมาเยือน...
ที่จริงไม่ใช่แค่เจียงเจินจูที่นั่งไม่ติด คู่สามีภรรยาเจียงเจี้ยนกั๋วก็รู้สึกเช่นกันว่ามีลมเย็นเยียบสายหนึ่งวนเวียนอยู่รอบตัว
