มองดูห้องโถงกับห้องครัวที่ถูกกวาดเกลี้ยงจนแทบไม่เหลืออะไร ราวกับเพิ่งถูกน้ำหลากพัดผ่าน แม่ฉินเบิกตากว้างยิ่งกว่ากระดิ่งทองแดง สีหน้าเหมือนเห็นผี
นางยืนนิ่งงันอยู่ตรงประตูห้องครัว ดวงตาเต็มไปด้วยความตกตะลึงและประหลาดใจ
เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมพอตื่นขึ้นมา บ้านถึงถูกขโมยของเสียแล้ว
ไม่เพียงของชิ้นใหญ่ที่วางอยู่ในห้องโถงจะถูกขโมยไป แม้แต่หม้อหุงข้าวกับเตาถ่านก็ถูกยกไปด้วย
นี่มันยังเรียกว่าคนอีกหรือ
ไม่มีหม้อไม่มีเตา แล้วนางจะเอาอะไรทำกับข้าว
แม่ฉินโกรธจนหน้าเขียวคล้ำ อกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง นางนึกไม่ออกว่าพวกหัวขโมยแอบเข้ามาได้อย่างไร ทั้งที่ตรวจดูแล้ว ประตูใหญ่ของลานบ้านถูกลงกลอนจากด้านในอย่างดี ไม่มีร่องรอยว่าถูกงัดเลย
หรือว่าไอ้หัวขโมยนั่นจะเหาะเหินเดินอากาศได้กัน
พอได้สติ นางก็หมุนตัววิ่งไปทางห้องนอนใหญ่
“พ่อฉิน! พ่อฉิน! ตื่นสิ รีบตื่นเร็วเข้า!”
“บ้านเราถูกขโมยแล้ว! บ้านเราถูกขโมยแล้ว! ไอ้หัวขโมยเวรตะไลนั่นกวาดของในบ้านเราไปจนเกลี้ยง!”
แม่ฉินเขย่าแขนสามีอย่างแรงพลางตะโกนเสียงดัง ราวกับกลัวว่าเพื่อนบ้านรอบ ๆ จะไม่ได้ยิน เสียงดังจนแทบจะยกหลังคาบ้านขึ้นได้
“ขโมย? ขโมยอะไร?”
พ่อฉินถูกเขย่าจนสะดุ้งตื่น สมองยังมึนงงอยู่บ้าง เขาลืมตาขึ้นมองแม่ฉินเพียงครึ่งเดียว ในหัวเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม “ลานบ้านพักโรงงานเครื่องจักรมีขโมยเข้ามาตั้งแต่เมื่อไรกัน”
“ลุกขึ้นไปดูก็รู้แล้ว ของในบ้านหายไปหมด แม้แต่หม้อ ชาม กะละมัง ก็ถูกไอ้หัวขโมยสารเลวนั่นฉกไปด้วย...”
