“จะเกินไปหรือไม่เกินไป เรื่องนี้พวกเราก็ทำได้แค่กลั้นใจยอมรับเท่านั้น!”
หลี่กั๋วตงทำหน้าขรึม สีหน้าอ่านไม่ออก
เขาเก็บซ่อนประกายในดวงตา ก่อนเอ่ยกับเฟยลี่ฉวนทีละคำ “ไม่เพียงเท่านั้น เช้าวันที่ 21 เธอยังต้องไปส่งเงินสินสอด 20 หยวนที่ตระกูลฟู่ด้วยตัวเอง ตอนที่ไปก็จำไว้ว่าต้องพูดจาดี ๆ สักสองสามคำ”
“จำได้หรือยัง?”
“...”
เฟยลี่ฉวนกำลังจะบอกว่าเธอไม่ไปเด็ดขาด แล้วทำไมต้องให้เงินสินสอดถึง 20 หยวนด้วย แต่กลับชะงักไปเพราะสายตาคมกริบของสามี
“ถ้าเธอกล้าเล่นตุกติก ฉันจะส่งเธอกลับบ้านเกิดทันที!”
พูดจบ หลี่กั๋วตงก็กล่าวต่อ “เมื่อวานช่วงเช้าฉันโทรหาหมานชิว ให้เธอรีบกลับมาร่วมงานแต่งของพี่สาว ฉันหาคู่ครองที่ดีให้เธอแล้ว พอเธอกลับมา ก็จะจัดให้ทั้งสองคนได้พบกัน”
“คราวนี้งานแต่งต้องสำเร็จให้ได้!”
เฟยลี่ฉวนได้ยินแล้วก็หันมามองเขาอย่างประหลาดใจ ยังไม่ทันได้เอ่ยปาก
หลี่กั๋วตงก็เสริมด้วยสีหน้าจริงจัง “พอเธอกลับมาแล้ว เธอต้องคุยกับเธอให้ดี ให้เธอตกลงเรื่องแต่งงานให้ได้!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หัวใจของเฟยลี่ฉวนก็ร่วงลงไปก้นเหวในทันที
เธอกับหลี่โกวตั้นมีลูกด้วยกันห้าคน เป็นชายสองคน หญิงสามคน ลูกชายสองคนเป็นพี่ใหญ่กับพี่รอง ส่วนลูกสาวสามคนเป็นน้อง ๆ หลี่หมานชุนเป็นคนที่สาม หลี่หมานชิวเป็นคนที่สี่ และยังมีลูกสาวคนสุดท้อง หลี่หมานเสวี่ย ซึ่งปีนี้เพิ่งอายุครบสิบสี่ปี
เรื่องแต่งงานของหมานชุนถือเป็นการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์
ตระกูลจางเป็นคนท้องถิ่นเมืองจิงตู อีกทั้งผู้ใหญ่ในตระกูลล้วนเป็นนักปฏิวัติรุ่นเก่า กุมอำนาจไว้ในมือ เมื่อหมานชุนแต่งเข้าไปแล้ว ขอเพียงกตัญญูต่อพ่อแม่สามี ปฏิบัติต่อสามีให้ดี จากนั้นก็รีบมีลูกชายให้ตระกูลจางสักสองสามคนเพื่อรักษาฐานะของตัวเองไว้
