หลังจากไล่ซ่งเยี่ยนออกจากที่ที่นางปูเครื่องนอนแล้ว เจียงชิงเยว่ก็หย่อนม่านหญ้าลงมาอีกหน่อย
จนกระทั่งแน่ใจว่าซ่งเยี่ยนถูกกั้นไว้ไม่เห็นนางโดยสิ้นเชิง นางจึงรีบวิ่งเข้าไปในมิติเพื่อแก้ปัญหาธรรมชาติ
นางมั่นใจว่าระดับความเกลียดชังที่ซ่งเยี่ยนมีต่อนางนั้น คงไม่ถึงขั้นที่เขาจะมารื้อม่านหานางเป็นแน่
จึงตัดสินใจอย่างกล้าหาญว่าจะนอนเตียงในมิติในคืนนี้ อย่างแย่ก็ตั้งนาฬิกาปลุกให้ตื่นก่อนฟ้าสางแล้วกลับมา
เมื่อจัดการเรื่องส่วนตัวเสร็จ เจียงชิงเยว่ก็พบว่าตนเองแทบไม่ได้กินอะไรในตอนเย็น จึงเปิดตู้เย็นโดยสัญชาตญาณ หยิบเค้กชิ้นสุดท้ายที่เหลืออยู่ออกมา
ยังไม่ทันใส่ปาก ก็เหลือบเห็นท้องของตัวเอง แล้วก็เงียบๆ วางเค้กกลับที่เดิม
หันไปหยิบมะเขือเทศมาลูกหนึ่งล้าง
เจียงชิงเยว่นั่งยองๆ บนระเบียงกินมะเขือเทศ พลางพ่นเมล็ดลงดินว่างข้างๆ
พอกินเสร็จ มะเขือเทศแล้ว นางก็โปรยดินบางๆ ทับบริเวณที่พ่นเมล็ดไว้
ในราชวงศ์ที่ไม่มีมะเขือเทศนี้ ทุกเมล็ดพันธุ์ล้วนมีค่า ห้ามทิ้งเปล่าๆ
เรี่ยวแรงวันนี้หมดไปมากแล้ว เจียงชิงเยว่ไม่คิดจะออกกำลังกายอีก ตรงเข้าห้องน้ำอาบน้ำแล้วก็ทรุดตัวลงบนเตียง
กำลังงัวเงียจะหลับ ก็คิดขึ้นมาได้ว่าบาดแผลที่หัวของซ่งเยี่ยนยังไม่ได้เปลี่ยนยา
บนเตียงต่อสู้กับความง่วงอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ถือยาเดินออกไป
เมื่อเจียงชิงเยว่ถือตะเกียงน้ำมันเดินมาที่ข้างเตียง ซ่งเยี่ยนหายใจสม่ำเสมอ ใบหน้าหลับใหลอย่างสงบ
