เขาว่ากันว่าผู้หญิงเป็นสิ่งมีชีวิตที่ขับเคลื่อนด้วยความรู้สึก คำนี้ไม่เคยผิด หลิวลี่เพื่อคนที่เธอรัก จะทนอะไรก็ได้ทั้งนั้น
ในห้องพักไม่มีที่ทำอาหาร และก็ไม่มีเครื่องมือทำกับข้าว ปกติเนี่ยหยวนกินข้าวที่โรงอาหารของหน่วยงาน
มื้อเย็นไม่มีทางไหน เธอจึงตั้งใจรอเนี่ยหยวนกลับมาค่อยว่ากัน ส่วนตัวเองก็ไม่มีอาหาร
เธอถือถังน้ำไปตักน้ำเย็นจากบ่อ อาบน้ำอย่างง่าย ๆ แล้วนอนบนเตียงเพียงลำพัง พลางเพียงพัดพัดลม พลางมีความคิดถึงเรื่องของตัวเอง โดยไม่รู้ตัวก็หลับไป
ได้ยินเสียงเคาะประตูแว่ว ๆ อยู่ในความหลับใหล เป็นเนี่ยหยวนที่กลับมาแล้ว เธอตกใจโกลาหลหายางเท้าไม่เจอ เท้าเปล่า ๆ วิ่งไปเปิดประตูให้เนี่ยหยวน
เนี่ยหยวนเข้ามาในห้อง ก็ไม่พูดอะไรกับเธอ เดินตรงไปนอนบนเตียง พึมพำว่า “ผมเหนื่อยมาก นอนก่อนนะ” ไม่นานก็กรนดังลั่น
ตอนนั้นเองหลิวลี่ถึงได้สติ ไก่ร้องแล้ว และแสงสางก็เริ่มขึ้นแล้ว เนี่ยหยวนกลับมาเวลานี้ เขาไปทำอะไรมา? เธอน้อยใจในใจจนแทบระเบิด แต่เห็นเขานอนหลับสบายขนาดนั้น ก็ไม่มีหัวใจจะปลุกเขา
พลบค่ำเลยเวลาอาหารกลางวันไปแล้ว เนี่ยหยวนก็ยังนอน
“เนี่ยหยวนคะ ลุกเถอะค่ะ ไปทำงานกันแล้ว”
หลิวลี่พยายามปลุกเขาเพื่อไม่ให้ไปทำงานสาย
เนี่ยหยวนหาวแหมงตอบมาว่า
“อย่าปลุกสิ วันนี้หยุด ผมเหนื่อยมาก ปล่อยให้ผมนอนต่ออีกหน่อยเถอะ”
ปลุกเนี่ยหยวนไม่ตื่น หลิวลี่ก็ยังงง ๆ อยู่ในหัวทั้งวัน ล้างหน้าเสร็จก็ตั้งใจออกไปดูอีกรอบ ถ้าไม่เจอห้องหน้าร้านที่เหมาะสม เธอก็คงต้องกลับบ้าน อยู่ที่นี่แม้แต่เรื่องกินข้าวยังเป็นปัญหา
หลิวลี่ปั่นจักรยานไป หัวสมองยังมึนงง ไม่รู้ตัวว่าปั่นมาถึงตรงไหนแล้ว ก็ปั่นไปเรื่อย ๆ ไม่มีจุดหมาย
ทันใดนั้น จักรยานคันหนึ่งพุ่งออกมาจากหัวมุม ชนเธอล้มลงไปกับพื้น ฝั่งคู่กรณีขี่มาพร้อมเด็กชายตัวเล็ก ๆ แต่กลับไม่ล้ม
เอาที่หลิวลี่เลวร้ายกว่า เธอล้มราบไปทั้งตัว แฮนด์จักรยานหักงอม ขาถลอก เลือดไหล
คนที่ชนเธอเป็นผู้ชาย เห็นหลิวลี่ล้มลงก็รีบลงจากจักรยาน
“น้องคะ ไม่เป็นไรใช่ไหม? ไปคะ เดี๋ยวพี่ส่งไปโรงพยาบาล”
หลิวลี่ขยับขาดู รู้สึกว่าไม่เป็นอะไรมาก แค่ขาถลอก
“ไม่เป็นไรค่ะ แค่ถลอกนิดหน่อยเอง”
“น้องคะ พี่เป็นครูพลศึกษาที่โรงเรียนประถมที่สอง ชื่อหยูลี่เหวยครับ นักเรียนของพี่หักแขนตอนเรียนวิชาพลศึกษา พี่รีบพาไปโรงพยาบาล รีบจนเกินไป ขอโทษด้วยนะครับ”
หลิวลี่มองไปที่ท้ายจักรยานของเขา จริง ๆ มีเด็กคนหนึ่งที่แขนถูกมืออีกข้างประคองอยู่
พูดจบ เขาหยิบปากกากับกระดาษออกมา เขียนชื่อ หน่วยงาน และที่อยู่บ้านของตัวเอง แล้วควักธนบัตรห้าสิบหยวนจากกระเป๋าส่งให้หลิวลี่พร้อมกัน
“นี่เป็นค่าเสียหายชดเชยให้คุณ ถ้าไม่พอก็ตามที่อยู่มาหาพี่ได้” พี่ต้องรีบพาเด็กไปโรงพยาบาล
พูดเสร็จก็ขึ้นจักรยานปั่นไปเลย ไม่แม้แต่จะหันหลังกลับมามอง
เรื่องเกิดขึ้นเร็วเกินไป หลิวลี่เซ็ง ๆ อยู่พักหนึ่ง
เมื่อได้สติก็จึงสำรวจแผลของตัวเองโดยละเอียด โชคดีที่ดูทันเวลา ไม่อย่างนั้นแผลก็ปิดสนิทมองไม่เห็นแล้ว ลุกขึ้นยืนเพิ่งเห็นว่ากระโปรงก็ฉีกขาดเป็นรอยด้วย
เธอช่วยจักรยานขึ้น เข็นไปหาร้านซ่อม จัดแฮนด์ให้ตรง ล้อให้กลม ขันลวดก้านล้อให้แน่น รวมแล้วเสียเงินไปสองหมื่นห้าหราน
คนอื่นแก่เธอมาห้าสิบหยวน เงินที่เหลือต้องคืนให้เขา หลิวลี่คิดว่าเวลานี้เขาคงยังอยู่ที่โรงพยาบาล
เธอขึ้นจักรยานรีบมุ่งหน้าไปโรงพยาบาลเทศมณฑล ถามหารอบหนึ่ง รู้ว่าวันนี้มีเด็กหักกระดูกแค่คนเดียว จึงตามเลขเตียงไปหา เข้าไปถามถึงได้รู้ว่าคนดูแลเด็กเป็นพ่อแม่ของเขา ครูพลศึกษากลับโรงเรียนไปแล้ว
เธอจึงรีบฝีดเท้าไปโรงเรียนต่อ พอไปถึงโรงเรียนก็เลิกเรียนไปแล้ว แย่จริง ๆ อะไร ๆ ก็ไม่ทันกินร้อน ๆ สักที
หอพักโรงเรียนประถมที่สอง เลขที่ 16 งั้นก็ไปหาถึงบ้านเขาละกัน
หอพักโรงเรียนประถมที่สองก็เป็นบ้านเรือนอิฐกระเบื้องสามแถว แถวละสิบห้อง หาง่าย คงเป็นห้องกลางของแถวกลาง
มองไปแต่ไกลก็เห็นชายคนหนึ่งใส่เสื้อกั๊กขาวสะอาด กางเกงขาสั้นสีน้ำเงินเข้ม กำลังสับผักอยู่ใต้ร่มไม้ยูคาลิปตัสหน้าประตูบ้าน
“สวัสดีค่ะคุณครู เดี๋ยวมาส่งเงินคืนค่ะ”
ชายหนุ่มได้ยินเสียงก็หยุดมือที่กำลังทำอยู่
“สวัสดีครับ คุณตามมาหาได้ยังไง? ไม่เป็นไรใช่ไหมครับ? นั่งเลยครับ”
พูดจบก็เดินเข้าบ้านเอาเก้าอี้ออกมาให้หลิวลี่นั่ง
“ไม่เป็นไรใช่ไหม ให้ผมดูแผลหน่อย”
หลิวลี่เพื่อพิสูจน์ว่าแผลไม่เป็นอะไร จึงยกชายกระโปรงยาวขึ้น หยูลี่เหวยทันทีที่เห็นก็ย่อตัวลงไปดูอาการบาดเจ็บของเธอ
เมื่อหยูลี่เหวยเข้าใกล้เธอ กลิ่นอายวัยเยาว์ก็พุ่งเข้าจมูก นั่นคือกลิ่นกายของผู้ชาย ใช่แล้ว ผู้ชายก็มีกลิ่นกาย นั่นคือกลิ่นสบู่ กลิ่นเหงื่อ กลิ่นบุหรี่ หลาย ๆ กลิ่นประกอบเข้าด้วยกันเป็นกลิ่นเฉพาะตัว กลิ่นอย่างชายชาตรีแท้ ๆ
หยูลี่เหวยย่อตัวอยู่ตรงหน้าเธอ ไม่ใช่แค่กลิ่นหอมที่กระตุกการรับรู้ของหลิวลี่เต็ม ๆ แม้แต่สายตาก็ยังถูกล็อกไว้ราวกับถูกจับไว้ไม่ให้ขยับ ผมสีดำเข้มทึบ ไว้ทรงสามเจ็ด ลำคอขาวเนียน แขนหนาแข็งแรงมั่นคง
นิ้วเรียวยาว แตะเบา ๆ ที่ผิวของหลิวลี่ ชั่วขณะนั้น เส้นประสาททุกเส้นของหลิวลี่เหมือนถูกไฟฟ้าชาร์จ
หลิวลี่หลับตาลง แก้มแดงระเรื่อ หัวใจเต้นรัวขึ้นเล็กน้อย
“คุณดูไม่เป็นไรนะครับ แต่ผมว่าเราควรไปโรงพยาบาลถ่ายเอ็กซ์เรย์กัน”
ได้ยินเสียงพูด หลิวลี่จึงลืมตาขึ้นอย่างไม่เต็มใจ
“บอกแล้วไงคะว่าไม่เป็นไร ไม่ต้องถ่ายเอ็กซ์เรย์หรอกค่ะ แค่ถลอกเท่านั้นเอง”
พูดพลางก็หยิบธนบัตรห้าสิบหยวนนั้นออกมาส่งให้หยูลี่เหวย
“นี่เงินของคุณค่ะ เก็บไว้ให้ดีนะคะ”
“จักรยานของคุณก็พังเหมือนกัน นี่เป็นค่าซ่อมจักรยานครับ”
“เอ่อ ซ่อมจักรยานเสียแค่สองหมื่นห้าหรานเอง เดี๋ยวฉันออกเองก็ได้ค่ะ”
หยูลี่เหวยลุกขึ้นอย่างเก้อเขิน ถึงเห็นว่ากระโปรงของหลิวลี่มีรูฉีก
“กระโปรงของคุณก็โดนฉีกเพราะผมใช่ไหม เงินนี่คุณรับไว้เถอะครับ ไปซื้อกระโปรงใหม่สักตัว”
“อันนี้ไม่ต้องเลยค่ะ ฉันทำงานเย็บผ้ามากับมือ รูเท่านี้ฉันเย็บปะขึ้นมา ปักดอกไม้ลงไปหน่อยจะสวยกว่าตอนนี้อีก”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หยูลี่เหวยจึงยิ้มและรับเงินไปอย่างเก้อ ๆ
“งั้นเดี๋ยวผมเลี้ยงข้าวคุณนะครับ กำลังจะถึงเวลาอาหารพอดี”
หลิวลี่กำลังจะปฏิเสธ แต่ก็รู้สึกเสียดาย เธออยากอยู่ต่ออีกสักหน่อย โอกาสแบบนี้ ตลอดยี่สิบปีที่มีชีวิตอยู่ เธอพบเจอเป็นครั้งแรก
“อือ… ดีหรอคะ?”
หลิวลี่อายเล็กน้อย!
“ไม่เป็นไรครับ ยังไงเราสองคนก็ยังไม่ได้กินข้าวกัน กินข้าวมื้อง่าย ๆ ด้วยกัน”
พูดพลาง หยูลี่เหวยก็ส่งรอยยิ้มมาให้หลิวลี่
หลิวลี่จึงได้แต่มองใบหน้าของหยูลี่เหวยอย่างละเอียด หน้าเหลี่ยมหน้าผากกว้าง จมูกโด่ รอยยิ้มสดใสเต็มใบหน้า คิ้วหนาตากล้าม ที่สำคัญที่สุดคือดวงตาของเขา เปิดกว้างอย่างจริงใจ ไม่มีแววความคิดปนเปื้อนแม้แต่นิดเดียว
“คุณนั่งเลยครับ เดี๋ยวผมทำอาหารเอง”
“คุณเป็นผู้ชายหนะคะ ทำอาหารเองหรอคะ? พี่สะใภ้หละคะ?”
“ยังไม่มีพี่สะใภ้หรอกครับ ผมโสด ทำอาหารเองมาตลอด”
“หน้าตาหล่อแบบนี้ แถมยังโสด สาว ๆ ที่มาตามจีบคงต่อแถวไกลเป็นสองร้อยเมตรแล้วมั้งคะ”
“ไหนหละครับ จริง ๆ ไม่มีใครสนใจเลย”
พูดจบ หยูลี่เหวยก็ก้มหน้าอาย ๆ สับมันฝรั่งซอยต่อ
“หั่นมันฝรั่งซอยเก่งจังคะ เส้นสม่ำเสมอทั้งหมดเลย”
“คุณชมเกินไปแล้วครับ ผมหั่นมั่ว ๆ ลองผิดลองถูกเอง”
“คุณพักเถอะค่ะ ให้ฉันทำเถอะค่ะ”
หลิวลี่อยากช่วยเขาทำอาหารด้วยกัน
“อือ… ดีหรอครับ?”
หยูลี่เหวยเก้อเขินเล็กน้อย
“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันมากินข้าวฟรี ๆ ที่บ้านคุณ ออกแรงช่วยหน่อยก็สมควรอยู่แล้ว”
