สมองของหลิวลี่ว่างเปล่าไปหมด เธอแยกไม่ออกแล้วว่าใครเป็นตัวจริง ใครเป็นตัวปลอม
ดีที่ทั้งคู่ยังไม่ได้เริ่มต้นอะไรกัน หยุดเสียตอนนี้ยังทัน ต่อจากนี้ก็เป็นแค่ความสัมพันธ์ระหว่างผู้เช่ากับเจ้าของบ้านตามปกติเท่านั้น
ตัวเธอเองก็เป็นแค่สาวบ้านนา คิดดูแล้วก็จริงอย่างที่ว่า เธอทะเยอทะยานเกินฐานะไปหน่อย
หลิวลี่คิดพลางก้าวขึ้นคร่อมจักรยาน บนใบหน้ามีแววเสียดายจาง ๆ ที่เจ้าตัวไม่ทันสังเกต
“พี่ ในที่สุดพี่ก็กลับมาแล้ว”
หลิวลี่เพิ่งมาถึงหน้าร้าน ก็เห็นหลิวน่ายืนรอเธออยู่ไกล ๆ
หลิวน่าตัดผมสั้นเสมอติ่งหู สวมแว่นตาและเดรสลายดอกตัวเล็กที่หลิวลี่เย็บให้ รูปร่างเล็ก ผิวคล้ำและผอมบาง
“น่าน่า มาที่นี่ได้ยังไง”
“วันนี้พ่อกลับบ้านแล้วเล่าให้ฟัง ตอนพี่ย้ายบ้าน หนูไปสอบที่อำเภอเลยไม่ได้อยู่บ้าน พอกลับจากสอบถึงได้รู้ว่าพี่สาวทำเรื่องใหญ่โตขนาดนี้”
“น่าน่า รีบเข้าบ้านเถอะ”
“พี่เก่งจริง ๆ นะ พูดว่าจะทำก็ลงมือทำเลย ทั้งทำเลก็ดี บ้านก็ดี พี่หาที่ดี ๆ แบบนี้ได้ยังไง”
“พี่บังเอิญไปเจอเข้าพอดีน่ะ”
หลิวลี่พูดไปยิ้มไป แต่หลิวน่าก็ยังสังเกตเห็นความผิดหวังในแววตาของพี่สาว
“พี่ ทำไมยังดูไม่ค่อยมีความสุขเลย เหมือนเพิ่งร้องไห้มาเลยนะ”
“เปล่าสักหน่อย เมื่อกี้ปั่นจักรยานแล้วลมแรงไปหน่อย”
ร้องไห้ก็ร้องไปสิ ยังจะไม่ยอมรับอีก ลมนี่ไปทำอะไรให้เธอกัน (ประโยคนี้ผู้เขียนพูดเอง)
“หลิวน่า สอบเป็นยังไงบ้าง”
หลิวลี่รีบเปลี่ยนเรื่อง พลางหั่นแตงโมที่ซื้อมาเมื่อวานยื่นให้น้องสาว
เมื่อคืนเธอเอาแตงโมแช่น้ำเย็นไว้แล้ว ตอนนี้หั่นกินกำลังพอดี ทั้งเย็น ทั้งหวาน เนื้อร่วนฉ่ำ
