พอสองพี่น้องกลับถึงบ้าน หลิวจว้างเพิ่งเลิกเรียน กำลังนั่งทำการบ้านอยู่ในห้องโถงเหมือนเดิม
“พ่อ พ่อก็อยู่บ้านด้วยเหรอคะ”
สองพี่น้องทักทายหลิวจั้นเฉวียน
“ลูกสาวทั้งสองคนของพ่อกลับมาแล้วพอดีเลย แม่กำลังทำบะหมี่บัควีตอยู่ บอกให้แม่ทำเพิ่มอีกหน่อยสิ”
หลิวจั้นเฉวียนที่กำลังซ่อมรถอยู่ใช้หลังมือเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก พลางตะโกนไปทางห้องครัว
“แม่ของลูก ลูกสาวทั้งสองคนกลับมาแล้ว ทำข้าวเพิ่มอีกหน่อยนะ”
แม่ของหลิวลี่เหงื่อท่วมศีรษะ โผล่หน้าออกมามอง
“วัน ๆ ไม่รู้จักช่วยทำงานอะไรในบ้านสักอย่าง แต่เรื่องกินนี่รู้ดีนัก”
เธอบ่นพึมพำจบก็หันกลับเข้าไปยุ่งกับงานในครัวต่อ
ไม่นาน แม่ของหลิวลี่ก็ยกกะละมังบะหมี่ลวกน้ำเย็นมาให้ แล้วหันไปให้น้ำแกะต่อ
บะหมี่ลวกน้ำเย็นกินกับพริกและกระเทียมบด หลิวจั้นเฉวียนกินเสียงดังซู้ดซ้าด ดูน่าอร่อยมาก ส่วนสองพี่น้องหลิวลี่ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว จึงแทบไม่ได้สนใจอาหาร บะหมี่เพียงเส้นเดียวเคี้ยวอยู่ในปากตั้งนาน
หลิวจั้นเฉวียนกินหมดไปชามหนึ่งแล้วเงยหน้าขึ้น
“ลูกสองคนเป็นอะไรกัน มีเรื่องอะไรกลุ้มใจหรือ”
แม้หลิวจั้นเฉวียนจะเป็นคนไม่ค่อยละเอียด แต่ก็ยังสังเกตเห็นความผิดปกติ
“หนู...”
หลิวลี่อึกอัก ไม่รู้จะพูดอย่างไร
“เด็กโง่ มีอะไรก็บอกพ่อ อย่าเก็บเอาไว้ในใจ”
หลิวลี่จึงเล่าปัญหาที่พบเจอให้หลิวจั้นเฉวียนฟังทุกอย่างตามตรง
“ลี่ ทำเสื้อผ้าหนึ่งตัวได้กำไรเท่าไหร่”
“พ่อคะ หนูขายตัวละ 35 หยวน หนูลองคำนวณดูแล้ว ต้นทุนอยู่ที่ 22 หยวน ถ้าหนูทำเองจะได้กำไรตัวละ 13 หยวน ถ้าขยันหน่อย วันหนึ่งทำได้ 5 ตัว ถ้าจ้างคนทำ ค่าแรงตัวละ 5 หยวน หนูก็ยังได้กำไรตัวละ 8 หยวน หักค่าเช่ากับค่าใช้จ่ายจุกจิกต่าง ๆ แล้ว จ้างคนทำก็ยังได้กำไรสุทธิตัวละ 7 หยวนสบาย ๆ ค่ะ”
