เมื่อวานเซิ่งเซี่ยยังคิดอยู่เลยว่า เธอมีมิติส่วนตัว จะขนของในบ้านออกไปให้เกลี้ยงก็ง่ายนิดเดียว
แต่จะทำยังไงถึงจะตัดตัวเองออกจากเรื่องได้อย่างหมดจดล่ะ?
เธอยังคิดวิธีไม่ออก โอกาสก็มาถึงหน้าประตูเสียก่อน
ครอบครัวหลิ่วเสี่ยวหรูมาที่นี่ ก็เพราะหวังเงินอย่างเดียวไม่ใช่หรือไง?
เห็นเธอถอนเงินออกมาเยอะขนาดนี้ อีกฝ่ายต้องไม่พอใจแน่
ไม่แน่อาจคิดแผนประหลาด ๆ มาขโมยเงินก็ได้
ถ้าอย่างนั้นเธอก็เล่นตามแผนเสียเลย จัดการหลิ่วเสี่ยวหรูก่อน!
คิดได้ดังนั้น เซิ่งเซี่ยก็ยิ้มจนหางตาหยี
“วันนี้ไปถอนเลยนะ ได้เงินมาเร็วหน่อยฉันก็สบายใจ”
เห็นเธอหลอกง่ายขนาดนี้ หลิ่วเสี่ยวหรูก็ยิ้มกระหยิ่มในใจ
“ได้ งั้นเราไปกันตอนนี้เลยไหม? โอนงานให้พี่สาวเธอก่อน แล้วขากลับค่อยไปถอนเงิน”
ส่วนงานที่มหาวิทยาลัยจัดสรรให้เซิ่งหลานน่ะหรือ?
หลิ่วเสี่ยวหรูไม่เคยคิดจะยกให้เซิ่งเซี่ยเลยสักนิด
ต่อให้ปล่อยทิ้งก็ไม่ให้เธอหรอก!
พอโอนงานเสร็จ เธอจะให้เซิ่งหลานไปมหาวิทยาลัย ปฏิเสธโควตางานที่จัดสรรให้เสีย
เห็นอีกฝ่ายยิ้ม เซิ่งเซี่ยก็รู้สึกถึงสัญญาณเตือนดังขึ้นในใจ
เธอนึกถึงเนื้อเรื่องในหนังสือ
ภายในสองวันนี้ เซิ่งหลานจะร่วมมือกับหลี่หย่งเทาหลอกเอาของมีค่าทั้งหมดจากเจ้าของร่างเดิม จากนั้นก็อ้างว่าจะพาไปพบผู้ใหญ่ในบ้าน แล้วพาเธอไปยังที่กันดารบนเขา ข่มขู่บ้างล่อใจบ้าง บังคับให้เธอไปเลี้ยงหมู
เซิ่งเซี่ยกำหมัดแน่นอีกครั้ง
พวกเศษสวะนี่ ต้องจัดการให้หมด!
เธอแค่นหัวเราะ “จะไปไหนกัน? ไม่ซื้อข้าวให้ฉันเหรอ? คิดจะให้ฉันท้องหิวไปหรือไง?”
“ถ้าจะโอนงานก็รีบหน่อย ฉันอยากกินซาลาเปาไส้เนื้อ”
หลิ่วเสี่ยวหรูรีบกลับเข้าห้องไปหยิบคูปอง แล้วไปซื้อซาลาเปาไส้เนื้อสองลูกที่ร้านอาหารของรัฐ
