“จู้จื่อ พี่รู้อยู่แล้วว่าเธอดีกับพี่ที่สุด!”
ฉินหวยหรูที่ใจคอไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ในที่สุดก็โล่งอก
ขอแค่เหออวี่จู้ยังยอมให้เธอควบคุมได้ เงินก้อนนี้ก็ไม่ต้องคืนแล้ว
“พี่ฉินเป็นพี่สะใภ้ของผม ผมต้องดีกับพี่อยู่แล้ว!”
เหออวี่จู้หัวเราะคิกคัก “พี่กลับไปโรงพยาบาลอย่างสบายใจเถอะ!”
“แต่ว่าจู้จื่อ เมื่อวานพี่จ่ายค่ารักษาไปแล้ว ตอนนี้ไม่มีเงินติดตัวสักแดงเดียว แม้แต่ค่าอาหารก็ไม่มี เธอพอจะให้พี่ยืมเงินสักหน่อยก่อนได้ไหม ให้พี่ผ่านพ้นช่วงนี้ไปก่อน...”
ฉินหวยหรูเหลือบมองเหออวี่สุ่ยด้วยหางตา แล้วถามอย่างระมัดระวัง
“เอ่อ...พี่ฉิน ผมไม่มีเงินจริง ๆ...”
เหออวี่จู้มองเหออวี่สุ่ยอย่างลำบากใจ “อวี่สุ่ย ไม่งั้น...”
“ไม่มี!”
เหออวี่สุ่ยส่ายหน้าปฏิเสธทันควัน “หนี้เก่ายังไม่ทันสะสาง ก็จะมายืมอีกแล้ว ฉันไม่ใช่พี่ชาย ไม่หลงกลพี่หรอก”
“อวี่สุ่ย...”
ฉินหวยหรูเอ่ยเสียงเครือ น้ำตาคลอเบ้า “เธอทนดูครอบครัวพี่อดตายในโรงพยาบาลได้หรือ?”
“ตอนฉันเกือบอดตาย พวกคุณก็ยืนมองตาปริบ ๆ เหมือนกันไม่ใช่หรือไง? พี่ชาย ฉันไปโรงเรียนแล้วนะ”
พูดจบ เหออวี่สุ่ยก็ยัดหมั่นโถวไปครึ่งลูกไว้ในอก เข้าไปหยิบกระเป๋าหนังสือในห้อง แล้วรีบเดินออกไป
พอเห็นเหออวี่สุ่ยเดินจากไปโดยไม่หันกลับมา ฉินหวยหรูก็เริ่มร้อนใจ
เธอมองเหออวี่จู้ที่ยืนเหม่ออยู่ข้าง ๆ แล้วกัดฟันกระทืบเท้า ก่อนจะก้าวเข้าไปคว้ามือเขาไว้
“จู้จื่อ พี่หมดหนทางแล้วจริง ๆ ช่วยพี่หน่อยนะ พี่จะจดจำบุญคุณนี้ไปชั่วชีวิต!”
