วันต่อ ๆ มา เซิ่งเวิ่นอินก็เริ่มตั้งใจถ่ายละครอย่างเดียว
การถ่ายทำเรื่อง “เกาะเซียนหลิง” ถูกจัดตารางไว้อย่างแน่นเอี๊ยด
เซิ่งเวิ่นอินทุ่มเทให้กับงานเต็มที่ บางครั้งพอถ่ายเสร็จแล้วเงยหน้าขึ้น ก็จะเห็นเงาร่างของเสิ่นเยว่ที่มองเธออย่างน้อยใจ แต่ผ่านไปไม่กี่วันก็ไม่เห็นเขาอีก
เซิ่งเวิ่นอินไม่ได้ใส่ใจอะไร คนไม่อยู่ก็ดี จะได้ไม่ต้องคิดหาวิธีหลบหน้าเขา
แต่เพราะช่วงนี้เสิ่นเยว่ปรากฏตัวบ่อย บวกกับวันนั้นเซิ่งเวิ่นอินโวยวายเสียงดังขนาดนั้น ตอนนี้คนทั้งกองถ่ายจึงรู้กันหมดแล้วว่าเสิ่นเมิ่งกับเสิ่นเยว่เป็นลูกพี่ลูกน้องกัน
สถานะของเสิ่นเมิ่งในกองถ่ายพลันสูงขึ้นตามไปด้วย เดิมทีพนักงานที่ไม่พอใจเพราะเขา NG บ่อย ตอนนี้กลับไม่มีความเห็นอะไรอีกเลย
ท่าทีของเสิ่นเมิ่งต่อคนอื่นยังเหมือนเดิม ไม่ได้ทำตัวเป็นดาราใหญ่ แต่บางครั้งเซิ่งเวิ่นอินก็สังเกตเห็นว่า เวลาใครเข้ามาประจบประแจงเขา ระหว่างคิ้วจะมีแววเย็นชาแวบผ่านไป พอมองอีกที เขาก็กลับเป็นเด็กหนุ่มอ่อนโยน ขยันขันแข็ง และสุภาพเรียบร้อยเหมือนเดิม
การถ่ายทำตลอดหนึ่งเดือนผ่านไปในพริบตา
เซิ่งเวิ่นอินวิ่งไปมาระหว่างโรงแรมกับกองถ่ายทุกวัน นานมากแล้วที่ไม่ได้สัมผัสโลกภายนอก
จนกระทั่งวันหนึ่ง เธอเจอฉีซื่อที่หน้าสตูดิโอถ่ายทำ
ฉีซื่อเพิ่งลงจากรถ เขาสวมเสื้อโค้ตสีเข้ม ด้านในเป็นเสื้อสเวตเตอร์คอสูงสีขาว สวมหน้ากาก แต่งตัวเรียบง่าย ในอ้อมแขนมีเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ สวมกระโปรงขนแกะสีขาวอยู่คนหนึ่ง
