บนเครื่องบินขากลับ เฝิงเสี่ยวเสี่ยวหาจังหวะนินทาเซิ่งเวิ่นอินให้ตู้หลานฟัง
“เผด็จการ บ้าอำนาจ จอมบงการ!”
ตู้หลานฟังเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา ปลอบไปบ้างเป็นครั้งคราว “สิบห้ายูโรเก็บไว้ใช้เที่ยวหน้าก็ดีนะ เที่ยวหน้าจะได้ไม่ต้องรัดเข็มขัดกันมาก”
เฝิงเสี่ยวเสี่ยวบ่นงึมงำ “แต่ฉันยังไม่ได้ซื้อของฝากเลยสักชิ้น! มาเสียปารีสให้เปล่า!”
“คราวหน้าค่อยซื้อ คราวหน้าค่อยซื้อ” พอปล่อยไก่ไปสองสามประโยค จู่ ๆ ตู้หลานก็มองไปทางฉีซื่อที่นั่งเฉียงหน้า แล้วกระซิบเบา ๆ ว่า “เที่ยวหน้าฉีอิ่งตี้คงไม่อยู่แล้วล่ะ”
เฝิงเสี่ยวเสี่ยวอึ้ง “หา ทำไมล่ะ?”
“จริง ๆ แล้วแขกรับเชิญคนสุดท้ายไม่ใช่เขา แต่เป็นอาจารย์หวัง อาจารย์หวังร่างกายไม่สบาย น่าจะฝากฉีอิ่งตี้ให้มาช่วยแทนสักเที่ยวหนึ่ง”
“อย่างนี้นี่เอง” เฝิงเสี่ยวเสี่ยวว่า “ว่าแล้วเชียว รายการเราจะเชิญฉีอิ่งตี้ระดับนี้มาได้ยังไง แต่อาจารย์หวังเชิญฉีอิ่งตี้มาได้ ก็นับว่าเส้นใหญ่ทีเดียว”
“ละครเรื่องแรกของฉีอิ่งตี้ก็แสดงคู่กับอาจารย์หวังแหละ สองคนรู้จักกันเป็นส่วนตัว สนิทกันดี”
เฝิงเสี่ยวเสี่ยวพยักหน้า แล้วพูดอย่างอิ่มเอมใจ “จริง ๆ แล้วที่ได้ร่วมงานกับฉีอิ่งตี้สักครั้ง ฉันก็กำไรแล้วล่ะ เทพระดับฉีอิ่งตี้ ก็มีไว้ให้คนอื่นแหงนคอมองอยู่แล้ว”
พูดถึงตรงนี้ เฝิงเสี่ยวเสี่ยวก็อดซุบซิบขึ้นมาทันที “พี่หลานทายสิว่า คนระดับฉีอิ่งตี้เนี่ย ต่อไปจะแต่งกับผู้หญิงแบบไหนนะ? นึกภาพไม่ออกเลย”
ตู้หลานคิดครู่หนึ่งแล้วตอบ “คงเป็นคนอ่อนโยน รู้ใจคน มีสง่าราศี แล้วก็สวยด้วยมั้ง?”
เฝิงเสี่ยวเสี่ยวฟังแล้วพยักหน้าตาม “อืม ๆ ก็มีแต่ผู้หญิงแบบนี้แหละที่คู่ควรกับฉี...”
“เฮ้ย ขานาย” เฝิงเสี่ยวเสี่ยวยังพูดไม่ทันจบ ก็ได้ยินเสียงผู้หญิงคุ้นหูที่ฟังไม่ค่อยสุภาพดังขึ้นมาจากด้านหน้าอย่างกะทันหัน
ทั้งสองหันไปมองพร้อมกัน เห็นเป็นเซิ่งเวิ่นอินซึ่งนั่งอยู่ตรงที่นั่งติดกับฉีอิ่งตี้
เซิ่งเวิ่นอินคงจะไปห้องน้ำ เธอลุกจากเก้าอี้ ยืนอยู่ข้าง ๆ ฉีอิ่งตี้ สีหน้ารำคาญสุดขีด เอาหัวเข่าดันเข่าของฉีอิ่งตี้ไปด้วยเหมือนจะบอกว่ารังเกียจขายาวของอีกฝ่ายที่ขวางทาง
การกระทำของเธอทำให้ชายหนุ่มที่กำลังงีบหลับอยู่ตื่นขึ้นมา
