เวลานี้รอบด้านมีคนมุงดูอยู่ไม่น้อยแล้ว
“โย้ว ทุกคนมาดูเร็ว แมวเงาส้มปะทะกิ้งก่าอสูรเงาเพลิง!” เด็กหนุ่มชุดน้ำเงินคนหนึ่งตะโกนอย่างตื่นเต้น
ไม่นานนัก ผู้คนมากมายก็ห้อมล้อมเข้ามา ต่างมาดูว่าเจ้าแมวเงาส้มที่ว่ากันนั้นเก่งกาจเพียงใด
“ถ้าเป็นข้าคงเสียใจจนไส้เขียวแล้วแน่ กำลังจะขายหน้าต่อหน้าธารกำนัล ฮ่า ๆ!” ชายวัยกลางคนเดินไปนั่งลงข้าง ๆ ไขว่ห้าง
“เสี่ยวจวี๋ ของกระจอกแบบนี้เจ้าจัดการได้ในพริบตาใช่ไหม” แมวเงาส้มสัมผัสได้ถึงเจตจำนงการต่อสู้ มันตื่นเต้นมาก ขู่คำรามใส่กิ้งก่าอสูรเงาเพลิง
“ไปได้!” หลินเฟิงวางแมวส้มลง ส่งคำสั่งต่อสู้เต็มกำลังเข้าไป
เมื่อแมวเงาส้มรับรู้ ขนทั่วร่างก็ลุกชัน เจตจำนงการต่อสู้เข้มข้นยิ่ง
กิ้งก่าอสูรเงาเพลิงด้านข้างมองดูคู่ต่อสู้ของตนเป็นเพียงลูกแมวตัวหนึ่ง ก็อดตะลึงไม่ได้
จากนั้นมันก็ปัดหางทีหนึ่งเบา ๆ ราวกับสิ้นสุดการต่อสู้แล้ว แล้วเดินจากไป
“ฮ่า ๆ ดูสิ กิ้งก่าอสูรเงาเพลิงของข้าไม่แม้แต่จะคิดลงมือ” ชายวัยกลางคนหัวเราะลั่น
แต่เวลานี้ แมวเงาส้มกลับระเบิดพลังงานมหาศาลออกมา ทั่วร่างปกคลุมด้วยเกราะสีเขียวหม่นชั้นหนึ่ง กระโจนเบา ๆ พร้อมตวัดกรงเล็บ กรงเล็บดุจมีดสั้นแปดสายพุ่งวาดออกไปรวดเร็วดุจสายฟ้า
กิ้งก่าอสูรเงาเพลิงตะลึงงัน ไม่ทันตอบสนอง คมกรงเล็บทั้งแปดก็ปักลงบนร่างอย่างแรงแล้ว ส่งเสียงคำรามสะเทือนฟ้า
“ให้ตาย ข้าไม่ได้ตาฝาดไปใช่ไหม นั่นมันอะไร เกราะวายุอสูร!”
“วิชาลมระดับสูง แมวเงาส้มเป็นได้ยังไง!” ฝูงชนโดยรอบเริ่มกระซิบกระซาบ สีหน้าต่างเผยความประหลาดใจ
ชายวัยกลางคนยิ่งตะลึงงัน บุหรี่ที่กำลังจะจุดก็ร่วงตกพื้น
จากนั้นก็ได้สติขึ้นมาทันที
“ไอ้หนู เจ้าโกงใช่ไหม แมวเงาส้มจะเป็นวิชานี้ได้ยังไง!” ลุงใหญ่วัยกลางคนลุกขึ้นตะโกนลั่น
“โกงหรือเปล่า ทุกคนก็เห็นหมดแล้ว เจ้าจะเชื่อไม่เชื่อก็ตาม” หลินเฟิงยังคงทำสีหน้าไม่ยี่หระ
“บัดซบ วันนี้ข้าจะจัดการเจ้าให้ได้!” จากนั้นชายวัยกลางคนก็ประสานมือเป็นมุทรา พรสวรรค์เสริมพลัง พรสวรรค์เสริมความเร็ว พรสวรรค์เสริมป้องกันถูกใช้พร้อมกัน ที่แท้ก็เป็นนักฝึกอสูรระดับสามดาว
กิ้งก่าอสูรเงาเพลิงที่ได้รับการเสริมสถานะ ดวงตาทั้งคู่จ้องเขม็งไปที่แมวเงาส้มอย่างชั่วร้าย แทบอยากจะงับมันเข้าปากเสียเดี๋ยวนั้น
มันสะบัดกายทั่วร่างเพียงครั้ง กรงเล็บแมวที่ปักอยู่บนตัวก็แหลกสลายหมดสิ้น ในปากควบแน่นลำแสงดำสายหนึ่ง ยิงตรงไปยังแมวเงาส้ม
แมวเงาส้มหลบเพียงนิด ก็หลบได้ง่ายดาย ลำแสงดำพุ่งไปยังฝูงชนโดยรอบ
เด็กหนุ่มชุดน้ำเงินคนนั้นเรียกอสูรออกมาตัวหนึ่ง เป็นเต่ามังกรหินเต็มตัว ป้องกันการโจมตีนี้ไว้ได้
“เฮ้ ท่านลุง เล็งไปทางไหน!”
“ใช่แล้ว ไม่มีความสามารถก็ยอมแพ้เร็วเข้า!” ฝูงชนด้านข้างไม่พอใจ เริ่มก่อความวุ่นวาย
ส่วนแมวเงาส้มด้านข้างนั้น หลังจากหลบการโจมตีนี้ได้ง่ายดาย ก็หายวับไปในพริบตา
พร้อมกับแสงวาบสีเขียวสายหนึ่ง จู่ๆ แมวเงาส้มก็ปรากฏขึ้นด้านหลังกิ้งก่าอสูรเงาเพลิง เสียงคำรามพยัคฆ์ดังสนั่นก็เปล่งออกมาจากลำคอ
เมื่อถูกโจมตีด้วยคลื่นเสียงรุนแรงเช่นนี้ในระยะประชิด กิ้งก่าอสูรเงาเพลิงก็อ่อนปวกเปียกลงทันที เลือดออกในกะโหลก หมดสภาพการต่อสู้ในพริบตา
“เอ่อ เมื่อกี้ข้าไม่ได้ฟังผิดใช่ไหม นั่นมันเสียงคำรามพยัคฆ์?” หญิงสาวชุดเหลืองคนหนึ่งเอ่ย
“เสียงคำรามพยัคฆ์แน่ชัด พวกเจ้ามั่นใจว่านี่คือแมวเงาส้ม ไม่ใช่ลูกอสูรจำพวกพยัคฆ์?” รอบด้านเกิดเสียงตั้งคำถามไม่หยุด
“แล้วเมื่อกี้ แสงวาบสีเขียวนั่น คือวายุวิถี? เป็นวิชาลมระดับสูงอีกแล้ว!”
“แมวเงาส้มแน่นอน ตายแล้ว ของวิเศษ!” ชายคนหนึ่งตะโกนลั่น
“แถมดูท่าแล้วยังเป็นเพียงร่างเจริญเติบโต เป็นของวิเศษจริง ๆ” รอบด้านระเบิดเสียงโห่ร้องอย่างเร่าร้อน
ส่วนลุงใหญ่วัยกลางคนด้านข้างนั้น ตกตะลึงไปแล้ว เขาไม่อาจเชื่อได้เลยว่า แมวเงาส้มตัวนี้จะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ เอาชนะกิ้งก่าอสูรเงาเพลิงของเขาอย่างราบคาบในพริบตา
“ข้าขอซื้อ!”
“ไปไกล ๆ! ข้ามาก่อน! ข้าขอซื้อ!”
“อย่าเถียงกันเลย ข้าออกห้าหมื่น แมวเงาส้มตัวนี้ข้าเอาแล้ว!”
“หึ แมวเงาส้มที่แข็งแกร่งขนาดนี้ ยังเป็นแค่ร่างเจริญเติบโต มีค่าแค่ห้าหมื่นน่ะหรือ? ข้าออกเจ็ดหมื่น!” ชายชุดเขียวคนหนึ่งตะโกน
“ข้าออกแปดหมื่น!”
...
ลุงใหญ่วัยกลางคนเจ้าของร้านติดกัน ตอนนี้ก็ได้สติขึ้นมาแล้ว พอเก็บกิ้งก่าอสูรเงาเพลิงเสร็จ ก็เข้ามาเอาใจหลินเฟิงยกใหญ่ “ฮ่า ๆ ท่านพี่ เมื่อกี้เป็นเรื่องเข้าใจผิดทั้งนั้น ข้าแพ้แล้ว ตามที่เดิมพันกันไว้ แมวเงาส้มตัวนี้ข้าขอซื้อ ข้าออกหนึ่งแสน!”
“ข้าบอกว่าจะพนันกับเจ้าตั้งแต่เมื่อไร ปัญญาอ่อน ทุกคนฟังให้ดีนะ แมวเงาส้มตัวนี้ข้าขายแค่สามหมื่น!” หลินเฟิงตะโกนบอกราคาอย่างเจ็บปวดใจ ในใจเลือดไหลไม่หยุด เต็ม ๆ หนึ่งแสนเลยนะ!
“สามหมื่น? ว้าว! ข้าขอซื้อ...” คนยิ่งมากขึ้นอีก หลั่งไหลเข้ามาห้อมล้อมหลินเฟิง
“พวกเจ้ามากันมากมายขนาดนี้ ข้ามีแค่ตัวเดียว สู้พวกเจ้าเป่ายิ้งฉุบกันดีกว่า ใครชนะก็ได้ไป!” หลินเฟิงแม้จะปวดใจมาก แต่เมื่อเห็นคนมากมายอยากได้อสูรที่เขาเพาะเลี้ยงขึ้นมา ในใจก็ยังตื่นเต้นมาก
ย้อนไปสมัยก่อนที่เขาเปิดร้านสัตว์เลี้ยง เคยมีแขกมากมายเช่นนี้ที่ไหน
ผู้คนต่างตกใจ แต่ก็ทำตาม
ในช่วงเวลานี้ หลินเฟิงก็ได้ปลดล็อคสัญญาชั่วคราวกับแมวเงาส้มตามคำสั่งของระบบเรียบร้อยแล้ว
...
หลังจากผ่าน “การประลอง” อย่างดุเดือดอยู่นาน
“เอาละ แมวเงาส้มตัวนี้ตกเป็นของเจ้าแล้ว ดูแลมันดี ๆ ล่ะ!” ผู้ชนะคนสุดท้ายคือเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ นางตื่นเต้นจนพูดไม่ออก ได้แต่พยักหน้าอย่างสุดชีวิต
“จ่ายเงินมา! สามหมื่น!” หลินเฟิงหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา ส่งสัญญาณให้เด็กหญิงสแกนจ่ายเงิน
เด็กหญิงไม่ลังเล หยิบโทรศัพท์มือถือออกมา สแกนจ่ายสามหมื่นให้หลินเฟิง จากนั้นก็อุ้มแมวเงาส้ม กระโดดโลดเต้นเดินจากไปตลอดทาง
ก่อนจากไป แมวเงาส้มราวกับได้เห็นแสงตะวันอีกครั้ง มีความสุขเหลือล้น
“อยากได้จังเลย นายท่านยังมีอีกไหม!”
“ใช่แล้ว นายท่านต้องมีอีกแน่”
“นายท่าน อายุยังน้อยขนาดนี้ ในร้านต้องมีผู้เชี่ยวชาญการเพาะเลี้ยงที่แข็งแกร่งแน่...”
ผู้คนไม่ยอมเลิกรา ซักถามไม่หยุด
หลินเฟิงตกใจ ความลับของระบบจะให้พวกเขารู้ไม่ได้ จึงโกหกไปเรื่อยเปื่อย
“เอ่อ... นี่เป็นตัวที่เพาะเลี้ยงขึ้นโดยบังเอิญน่ะ ตอนนี้ไม่มีแล้ว พวกท่านค่อยมาใหม่วันหลังเถิด!” หลินเฟิงลุกขึ้นเก็บข้าวของ เตรียมกลับร้าน
ผู้คนต่างผิดหวังมาก อาลัยอาวรณ์จากไป บางส่วนยังหันกลับไปมองชื่อร้าน “บ้านสัตว์เลี้ยงแสนรักหรันหรัน” ช่างเป็นชื่อที่แปลกประหลาด
ส่วนลุงใหญ่วัยกลางคนร้านติดกัน เห็นหมดหวังแล้ว ก็ส่งเสียงฮึดเย็นชา กลับเข้าไปในร้าน สองตาจ้องเขม็งมาที่หลินเฟิง
“ขอแสดงความยินดีกับเจ้าบ้าน ทำภารกิจแผน B สำเร็จ มอบคะแนน 50 แต้ม พร้อมปลดล็อคแท่นเพาะเลี้ยงระดับต้น 3 อัน” ในสมองดังเสียงระบบขึ้น
ในห้องเพาะเลี้ยงด้านหลัง ก็มีเสาคริสตัลสีน้ำเงินเพิ่มขึ้นมา 3 ต้น
“แค่ 50 แต้มเอง งกจริง”
“3 อันหลังนี่คืออะไร” หลินเฟิงถามด้วยสีหน้าหงุดหงิด
“แท่นเพาะเลี้ยงระดับต้น สามารถใช้เพาะเลี้ยงอสูรระดับสี่ลงมาได้”
“1 วัน 10 แต้ม สุ่มเรียนรู้หนึ่งทักษะ หรือเลื่อนขั้นหนึ่งระดับ” ระบบกล่าว
“นี่ก็คิดเงินอีก แล้วนี่เจ้าใช่ระบบ หรือพ่อค้าหัวดำกันแน่?” หลินเฟิงกล่าวอย่างขุ่นเคือง
“ระบบนี้ยุติธรรมที่สุด มอบแท่นเพาะเลี้ยงระดับต้นให้ฟรี 3 อัน สามารถใช้เพาะเลี้ยงอสูรได้พร้อมกัน 3 ตัว”
“หนึ่งตัวต่อวัน ท่านสามารถเก็บได้ห้าหมื่นเหรียญดาวน้ำเงิน”
ระบบตอบกลับอย่างเย็นชา ไม่สนใจสีหน้าของหลินเฟิงเลยแม้แต่น้อย