“......”
“ตัวละห้าหมื่นต่อวัน สวรรค์ เจ้าจะให้ข้าไปปล้นหรืออย่างไร”
“เจ้าแน่ใจหรือว่าเก็บราคานี้ ร้านข้าจะไม่ถูกทุบ?”
หลินเฟิงเต็มไปด้วยความฉงน ผ่านสารานุกรมอสูรเขาจึงเข้าใจโลกนี้อย่างถ่องแท้แล้ว
ร้านสัตว์อสูรทั่วไป ล้วนคิดค่าบ่มเพาะเป็นรายเดือน ปกติค่าธรรมเนียมไม่เกินสองหมื่น มีเพียงร้านสัตว์อสูรระดับสูงบางแห่งเท่านั้นที่แพงขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ไม่เกินห้าหมื่น
ที่สำคัญคือคนอื่นเขาคิดกันเป็นรายเดือน
“อุปกรณ์บ่มเพาะไร้เทียมทานของระบบนี้ จะไปเทียบกับร้านทั่ว ๆ ไปข้างนอกได้อย่างไร” ระบบตอบอย่างดูแคลน
“เช่นนั้นที่เจ้าบอกว่า วันเดียวรู้แจ้งสกิลสุ่ม หรือเลื่อนขั้นหนึ่งขั้น เป็นเรื่องจริงหรือ?”
“ถูกต้อง เจ้าวางใจได้” ระบบกล่าวเรียบ ๆ
หลินเฟิงสูดลมหายใจลึก แม้จะแพงมาก แต่หนึ่งวันรู้แจ้งสกิล หรือเลื่อนขั้นหนึ่งขั้น ช่างทรงพลังยิ่งนัก
เพียงแต่ลูกค้าคงไม่เชื่อ! ไอ้ 100 แต้มนี่จะสะสมไปถึงเมื่อใด
“จริงสิ เหรียญสามหมื่นนี้จะแปลงยังไง...” หลินเฟิงพูดไม่ทันจบ เหรียญดาวน้ำเงินสามหมื่นในบัญชีก็หายวับไปในพริบตา พร้อมกับแต้มสะสมที่เพิ่มขึ้นเป็น 80 แต้ม
“.....เร็วจริง”
“ขาดอีกแค่ 20 แต้ม ข้าต้องหาวิธีเรียกลูกค้าให้ดี”
ขณะนั่งเก้าอี้เหม่อลอย หลินเฟิงจนปัญญาเต็มที ทันใดนั้นก็มีหญิงสาวคนหนึ่งเดินเข้ามาที่ประตู
ผมแกละคู่สีทองอร่าม แก้มนุ่มราวกับจะขาดเปราะได้เพียงสัมผัส สวมชุดกระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์ ดูน่ารักยิ่งนัก
“อะ-เอ่อ... เมื่อครู่แมวเงาส้มนั่น เขาบ่มเพาะกันที่นี่หรือ?” หญิงสาวถามอย่างขลาดเขินเล็กน้อย
“ใช่ ๆ ๆ ที่นี่แหละ คุณหนูต้องการอะไรหรือ” หลินเฟิงเห็นแล้วกระโดดลุกขึ้นทันที ยิ้มแย้มต้อนรับ
“ดีจังเลย ที่นี่รับบ่มเพาะสัตว์อสูรไหม?” หญิงสาวถามอย่างคาดหวังยิ่ง
หลินเฟิงตกใจ คิดไม่ถึงว่ากำลังคิดหาวิธีเรียกลูกค้า อยู่ ๆ ก็มีงานเข้ามา ดีใจจนยิ้มแก้มปริ
“ได้แน่นอน แต่ร้านข้าตอนนี้รับบ่มเพาะได้เฉพาะสัตว์อสูรระดับต่ำกว่าขั้นสี่” หลินเฟิงกล่าวยิ้ม ๆ
“พอดีเลย ของข้ามีอสูรสาวหิมะ สายเลือดระดับหก แต่ตอนนี้ยังเป็นร่างเด็ก ขั้นเดียวเท่านั้น” หญิงสาวตื่นเต้นมาก โบกมือขวาพลันเปิดประตูแสงบานหนึ่ง
สิ่งมีชีวิตขาวดั่งหิมะ รูปร่างกลมคล้ายลูกบอล กลิ้งออกมา และจัดท่าพร้อมสู้ในทันที แต่เมื่อได้รับข่าวสารจากนาย ก็ผ่อนคลายลงทันควัน
“เถ้าแก่ ดูสิ มันเป็นอย่างนี้เอง” หญิงสาวอุ้มอสูรสาวหิมะกล่าว
“รับได้อย่างแน่นอน การบ่มเพาะของร้านข้า มีทั้งประสิทธิภาพและคุณภาพ”
“เพียงห้าหมื่น!” หลินเฟิงกางนิ้วทำมือเป็นเลขห้า
หญิงสาวชะงัก ถูกราคาข่มขวัญอย่างชัดเจน ห้าหมื่นช่างแพงเกินไปหน่อย เกือบจะซื้อสัตว์อสูรสายเลือดระดับสี่ได้ทั้งตัวแล้ว
แต่แล้วกลับคิดอีกครั้ง ขนาดแมวเงาส้มยังบ่มเพาะให้เก่งกาจปานนั้น อสูรสาวหิมะของตนมิต้องทะยานทะลุฟ้าหรอกหรือ
“เอ่อ ดีล่ะ ถามหน่อย ไปรับคืนเมื่อใด” หญิงสาวครุ่นคิดแล้วถาม
“หนึ่งวันเท่านั้น ใช่ไหมล่ะ มีประสิทธิภาพมาก!” หลินเฟิงยิ้มเผยฟันขาวกล่าว
“......”
“เจ้าแน่ใจนะว่าใช้วันเดียว ตายแล้ว ที่นี่ไม่ใช่พวกต้มตุ๋นหรอกนะ”
“ขายเนื้อแกะปนเนื้อหมา จงใจฝึกสัตว์อสูรสติแตกขึ้นมาตัวหนึ่ง เพื่อดึงดูดลูกค้า แล้วหลอกเอาเงิน!” หญิงสาวสะดุ้งตกใจ นี่มันกลโกงของนักต้มตุ๋นชัด ๆ
“เอ่อ...” หลินเฟิงใจไม่ดีแล้ว คนปกติทั่วไปล้วนคิดว่าเป็นการหลอกลวง จึงรีบถามระบบในทันที
“เนื่องด้วยมีลูกค้าตั้งข้อกังขาต่อร้านนี้”
“การบ่มเพาะขั้นต้นครั้งนี้ อัปเกรดเป็นการบ่มเพาะขั้นสูง ไม่เก็บแต้มสะสม” ระบบเปล่งเสียงออกมา
“ค่าบริการล่ะ ควรจะเพิ่มด้วยใช่หรือไม่!” หลินเฟิงท่องในใจ
“ราคาคงเดิม ยังอยู่ที่ห้าหมื่น บริการครั้งนี้สนับสนุนให้บ่มเพาะก่อนแล้วจึงค่อยคิดค่าธรรมเนียม” ระบบเสริม
หลินเฟิงผ่านพายุสมองครั้งหนึ่งแล้ว จึงยิ้มเอ่ยกับหญิงสาวอีกครั้ง “คุณหนูผู้เลอโฉม เพื่อพิสูจน์เกียรติศักดิ์แห่งร้านข้า ท่านสามารถฝากสัตว์อสูรให้ร้านบ่มเพาะก่อน พรุ่งนี้มาดู หากพอใจ เราจึงค่อยคิดค่าธรรมเนียม”
หญิงสาวกอดอสูรสาวหิมะเตรียมจะไปแล้ว แต่กลับนึกอีกที ยังไงก็แค่วันเดียว หากผลไม่ดี ข้าไม่จ่ายเงินก็ได้ จะกลัวเขาเผ่นหนีไปไม่ได้หรือไร
“เอ่อ... ดีล่ะ ถ้างั้นมันฝากเจ้าไว้ก่อน พรุ่งนี้ข้ามารับ” หญิงสาวส่งอสูรสาวหิมะให้หลินเฟิงอย่างอาลัยอาวรณ์
หลินเฟิงรับช่วงไปทันที อสูรสาวหิมะกระวนกระวายอย่างมาก ดิ้นไม่ยอมหยุดในมือ
ทว่าเมื่อผ่านการปลอบโยนของหญิงสาวไปได้ครู่หนึ่ง ก็สงบลงมาก พลางมองหลินเฟิงด้วยแววตาไร้เดียงสา
จากนั้นหญิงสาวก็จากไป ก่อนจากยังมองดูป้ายชื่อร้าน “บ้านสัตว์เลี้ยงแสนรักหรันหรัน” อย่างเจาะจง ชื่อประหลาดยิ่งนัก
ส่วนเจ้าของร้านสัตว์อสูรที่ตั้งอยู่ติดกัน มองเห็นทุกอย่างอยู่ในสายตา ร้านที่เพิ่งผุดขึ้นมาลอย ๆ นี้ จะมาแย่งกิจการตนเป็นแน่ จึงเริ่มวางแผนในทันที เพื่อจัดการหลินเฟิงให้ย่อยยับ
“ฮึ ให้ข้าต้องขายหน้าแถมยังมาแย่งงาน ดูสิไม่เล่นให้ตายไม่เลิก!”
......
หลินเฟิงมายังห้องบ่มเพาะ เห็นเสาคริสตัลสีน้ำเงินสามแท่งมีหนึ่งแท่งเปลี่ยนเป็นสีม่วง
แล้วจึงนำอสูรสาวหิมะเข้ามาในทันที ใช้เครื่องระบุสัตว์เลี้ยงกับมัน
อสูรสาวหิมะร่างเด็ก
คุณสมบัติ: ธาตุน้ำแข็ง, ธาตุวิญญาณ
ระดับ: ขั้นหนึ่งขั้นบน
สกิล: หมัดศูนย์สัมบูรณ์, ลมหายใจเยือกแข็ง
พรสวรรค์: D
คะแนน: 22
“ร้ายกาจ! คุณสมบัติแข็งแกร่งกว่าแมวเงาส้มมากเกินไปแล้ว” หลินเฟิงมองอสูรสาวหิมะ ตาร้อนผ่าวยิ่ง
จากนั้นนำอสูรสาวหิมะใส่ลงในแท่นบ่มเพาะขั้นสูงที่ได้รับการอัปเกรดแล้ว พลังงานสีม่วงสายแล้วสายเล่าไหลทะลักเข้าสู่ร่าง ไม่นานมันก็หลับไปอย่างสบาย
“เรียบร้อย!” หลินเฟิงเอนกายบนเก้าอี้อย่างผ่อนคลาย
“ข้าบอกแล้ว ชั้นวางของที่ว่างเปล่าพวกนี้มันสำหรับวางอะไรกัน?” หลินเฟิงถาม
“เสบียงสัตว์อสูร วัสดุสัตว์อสูร และอื่น ๆ”
“ต้องอาศัยโฮสต์เข้าไปในมิติเพื่อจัดหามาด้วยตัวเอง” ระบบกล่าว
“ตายแล้ว! ไม่บอกให้เร็วกว่านี้ ข้าไปเสียเวลาอยู่ที่ผืนป่าวายุขุนเขานานปานนั้น ล้วนเปล่าประโยชน์สิ้น” หลินเฟิงเสียดายยิ่งนัก
“มิติมีข้อจำกัดในการเข้าหรือไม่? ข้าจะเข้าไปเดี๋ยวนี้!” หลินเฟิงตาเป็นประกายขึ้นทันที
“ผืนป่าวายุขุนเขาจัดเป็นมิติระดับสูง ด้วยแต้มสะสมที่โฮสต์มีอยู่ตอนนี้ ยังไม่พอรองรับการเปิดมิติ”
อะไรนะ!
หลินเฟิงโงไปแล้ว
ต้องใช้แต้มสะสมอีก...
“มิติระดับสูง? อย่างนี้ก็มีมิติธรรมดาด้วยสิ?” หลินเฟิงถามขึ้นทันที
“ท่องในใจว่า รอยแยกต่างพิภพ ในสมองจะปรากฏหน้าต่างมิติ มีคำแนะนำต่าง ๆ ภายใน” ระบบกล่าว
หลินเฟิงสงบอารมณ์ลง ก่อนท่องในใจว่า รอยแยกต่างพิภพ
ไม่นาน ในสมองก็ปรากฏรายการหน้าต่างขึ้นมา มีชื่อสถานที่และแต้มสะสมมากมาย
ห้าสถานที่แรกบนรายการ คือมิติระดับสูง ต้องใช้ครั้งละ 500 แต้มสะสมต่อการเข้าหนึ่งครั้ง
อารมณ์ที่หลินเฟิงสงบไว้อย่างลำบากยิ่งนัก พลันระเบิดอีกครั้ง
นี่มันดำเกินไปแล้ว นี่ใช่ระบบแน่หรือ? ไม่ใช่จ้าวเศรษฐีที่ไหน?
สูดลมหายใจลึกเฮือกหนึ่ง แล้วมองต่อ
“หือ?” หลินเฟิงพบว่า นอกจากห้ามิติระดับสูงนั้นแล้ว มิติธรรมดาอื่น ๆ ล้วนแค่ใช้ 10 แต้มสะสม
หลินเฟิงเริ่มฮึกเหิม ที่แท้ก็ไม่ได้ขูดเลือดปานนี้ มันก็ยังมีแบบถูกเหมือนกันนี่
“ขอเตือนโฮสต์ มิติธรรมดาคือเศษชิ้นส่วนของมิติระดับสูง แต่ละมิติระดับสูงมี 180 ชิ้นส่วน”
“แม้จะถูก แต่ความเสี่ยงสูงมาก อาจกลายเป็นไม่มีอะไรเลย หรืออาจเป็นรังของสัตว์อสูรสะพรึงก็ได้” ระบบอธิบาย
ชิ้นส่วน? หลินเฟิงผิดหวังนัก แท้จริงพายบนฟ้านั้นย่อมไม่มีวันตก
ต่อจากนั้นยิ่งคิดก็ยิ่งขัดใจ เสียเปรียบอย่างใหญ่หลวง มิฉะนั้นตอนนี้คงมีแต้มสะสมมากมายแล้ว
ตอนเช้าเข้าสู่มิติ มัวแต่สนใจตื่นเต้นกับสิ่งใหม่และลูบแมว เสียโอกาสครั้งนี้ไปอย่างเปล่าประโยชน์ รู้สึกเหมือนพลาดเหรียญไปร้อยล้าน
“เจ้าหลุมข้าเสียเปล่า รีบชดใช้ข้ามา ฮึ!” หลินเฟิงควันออกหู
“เจ้าก็ไม่ได้ถาม!” ระบบกล่าวอย่างเฉยเมย
“เจ้า...” หลินเฟิงไม่ยินยอมอย่างยิ่ง เกือบพ่นคำหยาบออกไป
แต่นึกถึงห้าตบปากนั้นได้ รีบเก็บกลับทัน
“ฮิ ๆ ข้าขาดอีกแค่ 20 แต้ม ให้ส่วนลด 20% เอายาทิพย์โอสถดวงดารามาให้ข้าแล้วกันนะ!” หลินเฟิงพุดพลางยิ้มแย้ม
“ไม่ได้!” ระบบเปล่งออกมาสองคำหนักแน่น
หลินเฟิงถอนใจ “อา” นั่งบนเก้าอี้ราวกับผ่านร้อนผ่านหนาวมาอย่างโชกโชน
ครู่หนึ่งผ่านไป หลินเฟิงเหลือบดูนาฬิกาบนผนัง หกโมงกว่าแล้ว วันนี้ตนเองไม่ได้กินอะไรเลยทั้งวัน
“ช่างเถอะ ๆ กลับไปกินข้าวดีกว่า!” หลินเฟิงเก็บของเรียบร้อย ลั่นกุญแจ ขี่มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าคู่ใจอี้ตี๋กลับบ้าน
ชายวัยกลางคนเจ้าของร้านสัตว์อสูรติดกันแอบมองเงียบ ๆ รอจนหลินเฟิงไปลับตา
จากนั้นหยิบของเหลวสีเหลืองอ่อนขวดหนึ่งไม่ทราบที่มา เทราดลงที่หน้าร้านของหลินเฟิง
“ข้าดูสิว่าครั้งนี้เจ้าจะไม่ซวยได้อย่างไร คิดสู้กับข้า ฝันไปเถอะ!” ชายกลางคนยิ้มเยาะเย้ย