จางฉืออาบน้ำล้างหน้าเสร็จแล้ว แต่ยังไม่เห็นกวนหนิงออกมาจากห้องโถง เขาคิดว่าแม่ลูกคู่นั้นกำลังคุยกันอยู่ จึงไม่ได้ใส่ใจ
จนกระทั่งออกไปทำธุระข้างนอก เขาก็ได้ยินเสียงอุทานดังแว่ว ๆ มาจากห้องโถง
“อาหนิง คุยกับท่านแม่เสร็จหรือยัง ช่วยข้าหาของสักอย่างก่อนได้ไหม?”
หลิวซิ่วเหอวางไม้ปัดฝุ่นขนไก่ในมือลง แล้วถลึงตามองลูกสาวตัวเองอย่างดุดัน
“ไสหัวไปนอน! ถ้ายังพูดเรื่องพวกนี้อีก ข้าไม่เพียงจะตีเจ้า แต่ยังจะไปบอกท่านย่า ให้มาช่วยข้าจัดการเจ้าด้วย”
กวนหนิงยื่นปากนิด ๆ แต่ไม่ได้พูดอะไร
นางรู้ดีว่าคำพูดเมื่อครู่ฟังดูเหลือเชื่อเกินไปสำหรับหลิวซิ่วเหอ
แต่จะให้นางยอมแพ้ก็ไม่ใช่ ค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไปแล้วกัน
นางเปิดประตู กำลังจะก้าวพ้นธรณี หลิวซิ่วเหอก็เรียกนางไว้อีกครั้ง “เอาผ้าผืนนั้นไปด้วย อย่าลืมวัดขนาด ข้าจะคอยดูเจ้าอยู่ อย่าคิดให้น้องชายของเจ้ามาช่วยล่ะ”
“ท่านแม่เผด็จการเกินไปแล้ว”
หลิวซิ่วเหอหัวเราะหึ ๆ “ช่วงนี้เจ้าเผด็จการยิ่งกว่าข้าเสียอีก”
“ซี้ด...”
พอกลับถึงห้อง กวนหนิงก็เจ็บก้นจนแทบกระโดดตอนเอนตัวลงนอน
“มือลงหนักจริง ๆ”
นางพึมพำเบา ๆ ก้นคงบวมไปแล้วแน่ ๆ
จางฉือฉลาดเพียงใด แค่เห็นท่าทางของนางก็รู้แล้วว่าถูกตีมาไม่น้อย
“อย่าเพิ่งนอน ข้าจะออกไปหายามาให้”
แต่พอเปิดประตู หลิวซิ่วเหอก็ยัดขวดยาใส่มือเขา “เอาไปทาให้นาง ไม่อย่างนั้นพรุ่งนี้ก้นนางจะบวม”
จางฉือถือขวดยายืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่ข้างเตียง แม้เขากับกวนหนิงจะมีนามว่าเป็นสามีภรรยากัน แต่แม้แต่มือก็ยังไม่เคยจับ
ถ้าเป็นที่อื่น เขาอาจจะทายาให้นางได้
แต่ถ้าเป็นตรงสะโพก...
