กวนหนิงถูกส่งมาจนถึงหน้าประตูใหญ่
“ท่านหก อยู่กินมื้อเที่ยงที่บ้านข้าก่อนเถอะเจ้าค่ะ” นางเอ่ยรั้งไว้
ตอนนั้นกวนฟู่กุ้ยกระโดดขึ้นเกวียนวัวไปแล้ว เขาตบก้นวัวเบา ๆ หลังพูดจบ ก่อนเกวียนจะค่อย ๆ เคลื่อนกลับบ้าน
“ไม่กินแล้ว คนที่บ้านรอข้ากลับไปอยู่”
*
กวนจิ่งกับหลิวซิ่วเหอเดินออกมาจากลานหลังบ้าน เห็นกวนหนิงหิ้วห่อผ้าใบใหญ่เข้าไปในโถงกลาง
ทั้งสองรีบวิ่งเข้ามาช่วย “ซื้ออะไรมา ทำไมหนักขนาดนี้”
“ผ้าเจ้าค่ะ ท่านแม่ พรุ่งนี้นอกจากช่วยทำวุ้นแป้งถั่วเขียวตอนเช้าแล้ว ก็ไม่ต้องทำงานอย่างอื่น ตั้งใจเย็บเสื้อผ้าอย่างเดียวพอ”
“ผ้าทั้งหมดนี่เลยหรือ” หลิวซิ่วเหอตาโต
นางสงสัยว่าลูกสาวซื้อร้านผ้ามาทั้งร้านเสียแล้ว
กวนหนิงถือชามน้ำดื่มไปพลางพูดไปพลาง “วันนี้ขายปลาได้ราคาดี ข้าคิดว่าคนในบ้านเราไม่ได้ใส่เสื้อผ้าใหม่มาหลายปีแล้ว ก็เลยซื้อผ้ามาหนึ่งพับ”
คราวนี้หลิวซิ่วเหอไม่อยากด่าคนแล้ว นางอยากตีมากกว่า
คนบ้านนอกที่ไหนซื้อผ้าทีละพับกัน
เมื่อคิดว่ายังมีหลานชายสองคนทำงานอยู่หลังบ้าน นางจึงได้แต่กลั้นใจลดเสียงลงอบรมลูกสาว
“สมองเจ้าโดนประตูหนีบมาหรืออย่างไร บ้านเราไม่ได้ตัดเสื้อใหม่มาหลายปีก็จริง แต่ก็ไม่มีใครแก้ผ้าล่อนจ้อนสักหน่อย
เจ้าตั้นในหมู่บ้านอายุสามขวบแล้ว ทุกวันนี้ยังใส่แค่กางเกงตัวเดียววิ่งไปทั่ว ก็ยังอยู่ดีมีสุขไม่ใช่หรือ”
เสื้อผ้าในบ้านแม้จะเก่าไปหน่อย ขาดไปบ้าง มีรอยปะเยอะหน่อย แต่ก็ยังใส่ได้
มีเงินตั้งขนาดนี้ จะเอาไปทำอะไรก็ได้แท้ ๆ ดันซื้อผ้ามาเสียมากมาย
ในสายตาหลิวซิ่วเหอ การกินให้อิ่มสำคัญกว่าที่อยู่อาศัยกับเสื้อผ้ามากนัก
