ระหว่างทางกลับ กวนหนิงรู้สึกผ่อนคลายอย่างหาได้ยาก นางจึงมองสำรวจทิวทัศน์ของหมู่บ้านต้า หลิ่วอย่างละเอียด
ไกลออกไป ภูเขาซ้อนทับกันเป็นชั้น ๆ เขียวขจีไล่เฉดทอดยาวไม่รู้จบ ต้นกล้าในท้องนางอกงามน่าชื่นใจ บ้านเรือนแต่ละหลังตั้งกระจายอยู่ทั่วหมู่บ้านอย่างเป็นระเบียบ
งดงามกว่าหมู่บ้านโบราณแห่งไหน ๆ ที่นางเคยเห็นในวิดีโอเสียอีก
ถ้าไม่ยากจนขนาดนี้ ที่นี่คงเป็นสถานที่เหมาะแก่การใช้ชีวิตยามชรา
เช้าวันถัดมา พอไก่ขันครั้งแรก ทั้งครอบครัวก็ลุกขึ้นมาทำวุ้นถั่ว
ทำไว้ไม่มากนัก หั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมขนาดพอดีกันเรียงลงในกล่องไม้ ปิดด้วยผ้าชื้นแล้วใส่ลงในตะกร้าสะพายหลัง
คราวนี้นางตั้งใจจะไปคนเดียว
แต่จางฉือกลับยกไข่เป็ดมาครึ่งถัง แล้วยื่นให้กวนจิ่ง “ให้เสี่ยวจิ่งช่วยเจ้ายกไข่เป็ดไป”
พอเห็นไข่เป็ดป่าเหล่านี้ กวนหนิงถึงนึกขึ้นได้ว่าเมื่อคืนรับปากว่าจะไปบึงกก
นางดีใจที่ทำวุ้นหยกสำเร็จจนลืมไปเสียสนิท
นางถลึงตาใส่จางฉือ “เหตุใดท่านไม่เตือนข้าเล่า?”
“คืนนี้ข้าจะไปเป็นเพื่อนเจ้า”
*
“แม่นางกวนมาแล้ว เมื่อวานไม่เห็นเจ้าเลย” พอสองพี่น้องมาถึงประตูหลังของเหลาอาหารฝูหม่าน หลี่จิ้นก็ยิ้มแย้มเดินมาต้อนรับ
กวนหนิงวางตะกร้าสะพายหลังลง เปิดกล่องไม้แล้วกล่าวว่า “เมื่อวานข้าทำของกินอย่างใหม่ วันนี้เลยนำมาให้ผู้ดูแลหลี่ลองชิม”
“แม่นางกวน เชิญเข้ามาก่อน”
ลองชิมของกินกันตรงหน้าประตูคงไม่เหมาะนัก
เมื่อเข้ามาด้านใน กวนหนิงก็นำของออกมาวางบนโต๊ะหินในลานหลัง แล้วยื่นไม้ไผ่เสียบอาหารให้หลี่จิ้น พร้อมพยักหน้าให้เขาลองชิมส่วนที่นางปรุงไว้แล้ว
หลี่จิ้นโน้มตัวเข้าไปพินิจดูอย่างละเอียด ใช้ไม้ไผ่จิ้มวุ้นขึ้นมาชิ้นเล็ก ๆ ใส่ปาก
