“เจ้าบอกให้ข้าไปตามหาครอบครัว แต่ข้ายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเป็นใคร แล้วจะให้ไปที่ไหน? คนเดียวที่ข้ารู้จักในโลกนี้ก็คือเจ้า เจ้าจะให้ข้าไป แล้วข้าจะไปที่ไหนได้?”
เขายืนนิ่งอยู่ตรงปากประตู ทั่วทั้งร่างเผยความสับสนปนความน้อยใจราวกับถูกทอดทิ้ง
จู่ ๆ กวนหนิงก็รู้สึกว่าตัวเองนี่มันสารเลวจริง ๆ
สารเลวที่สุดในใต้หล้า
นางรู้ทั้งบ้านและตัวตนที่แท้จริงของจางฉือ แต่ไม่กล้าบอกออกไป
“ที่ข้าพูดไปไม่ได้หมายความว่าจะไล่เจ้าไป”
กวนหนิงสูดจมูก น้ำเสียงฟังดูแปร่งไปเล็กน้อย
“ข้าแค่คิดว่าการหลอกเจ้าไม่ยุติธรรม รอให้ข้าหาเงินได้แล้วจะพาเจ้าไปหาหมอในเมือง เผื่อเจ้าจะฟื้นความทรงจำขึ้นมาได้
ถึงตอนนั้นเจ้าค่อยตัดสินใจ แล้วเราค่อยมาคุยเรื่องนี้กัน ได้หรือไม่?”
“ข้าจะฟังเจ้า แต่ก่อนหน้านั้น เราก็ใช้ชีวิตเหมือนช่วงนี้ได้หรือไม่? ข้าสอนหนังสือ เจ้าทำของอร่อย แล้วพวกเราก็ขึ้นเขาไปหาเห็ดด้วยกันเพื่อหาเงิน” จางฉือถาม
“ได้สิ”
ทั้งสองจึงตกลงกันได้
เช้าวันรุ่งขึ้น ราวยามอิ๋นกลาง หรือประมาณตีสี่ กวนหนิงตื่นขึ้นมาก็พบว่าคนข้างกายหายไปแล้ว
นางสวมเสื้อผ้าออกจากห้อง แล้วเห็นว่าจางฉือกำลังล้างใบไม้อยู่
“ทำไมไม่เรียกข้าล่ะ?”
นางตักน้ำเย็นขึ้นมาหนึ่งกระบวย เตรียมจะล้างหน้า แต่จางฉือเอ่ยห้ามเสียก่อน “ในหม้อมีน้ำร้อน”
การแปรงฟันด้วยเกลือเขียวไม่สบายเอาเสียเลย กวนหนิงจึงตัดสินใจว่าวันนี้จะเข้าเมืองไปซื้อแปรงสีฟันกับผงขัดฟันให้ทุกคนในบ้าน
ตัวนางเองยังพอไหว ร่างเดิมมีแปรงสีฟันเก่าที่ใช้มานานอยู่หนึ่งอัน
ส่วนหลิวซิ่วเหอกับกวนจิ่งไม่แปรงฟันกันเลย
