“แหจับปลาหรือ?”
เด็กในร้านชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะได้สติกลับมา แม่นางผู้นี้ไม่เหมือนใครจริง ๆ ของที่นางต้องการแต่ละครั้งล้วนเป็นสินค้าที่ร้านเขากองไว้จนขายไม่ออก
ไม่ผิดแน่ บังเอิญเหลือเกิน ในร้านมีแหจับปลาอยู่สองผืน วางทิ้งไว้เกือบสองปีแล้ว คงไม่มีใครคิดจะซื้อ
นอกเมืองเหอโจวมีแม่น้ำสายใหญ่ ทั้งยังมีท่าเรือขนาดไม่น้อย ชาวบ้านตามริมแม่น้ำหลายหมู่บ้านหาเลี้ยงชีพด้วยการจับปลา
ร้านขายของชำที่ขายแหจับปลามีไม่น้อย แต่เมื่อหลายปีก่อนเถ้าแก่ไปราชการที่เมืองเหอโจวแล้วเกิดนึกคึกขึ้นมา จึงซื้อแหจับปลามาสองผืน จนถึงตอนนี้ก็ยังขายไม่ออก
เมืองหานสุ่ยของพวกเขาเป็นเพียงเมืองเล็ก ๆ ที่ใกล้จะถูกผู้คนลืมเลือนในอำเภอทงเฉวียน ซึ่งขึ้นกับเมืองเหอโจวเท่านั้น
ห่างจากแม่น้ำสายใหญ่ในเมืองเหอโจวเสียไกลลิบ เด็กในร้านจึงไม่เข้าใจว่าเมื่อก่อนเถ้าแก่คิดอะไรอยู่
ใครจะคิดว่าแหจับปลาที่มีฝุ่นเกาะเต็มผืนจะได้พบเจ้าของเสียทีในวันนี้
“มีขอรับ มีขอรับ แม่นางรอสักครู่ ข้าจะไปหาให้”
เด็กในร้านค้นอยู่ราวห้านาที กว่าจะหยิบแหจับปลาสองผืนออกมาจากมุมร้าน ฝุ่นฟุ้งจนเขาสำลักไอไม่หยุด
“แค่ก ๆ...แม่นาง...แค่ก ๆ...นี่...แค่ก ๆ...มีอยู่สองผืน เชิญเลือกได้เลยขอรับ”
“ขอแค่ผืนใหม่ก็พอ เอามาให้ข้าผืนหนึ่ง”
เด็กในร้านเป็นคนละเอียดรอบคอบ เขาเอาแหไปปัดฝุ่นที่ลานหลังร้านให้สะอาดเสียก่อน แล้วจึงนำมาให้กวนหนิง “ห้าสิบอีแปะขอรับ”
“ซี้ด...”
กวนจิ่งเจ็บใจจนสีหน้าแทบบิดเบี้ยว เขาไม่คิดว่าแหจับปลาผืนเดียวจะแพงขนาดนี้ เงินเท่านี้ซื้อผ้าได้ตั้งหลายฉื่อ
เห็นสีหน้าของกวนจิ่ง เด็กในร้านก็ยิ้มพลางอธิบาย “แหคุณภาพแบบนี้ในเมืองเหอโจวผืนหนึ่งอย่างน้อยก็สองร้อยอีแปะขอรับ จริง ๆ นะ ข้าไม่ได้หลอกท่าน”
