“เถ้าแก่ มีเมล็ดพันธุ์ขายหรือไม่?”
“แม่นางอยากได้เมล็ดพันธุ์อะไรหรือ ร้านของเรามีเมล็ดพันธุ์ครบครันที่สุดในเมืองนี้แล้ว”
กวนหนิงยิ้มบาง ๆ ไม่ได้พูดอะไร คำกล่าวนี้จริงเท็จแค่ไหน มีเพียงเจ้าตัวเท่านั้นที่รู้
“มีเมล็ดพันธุ์แปลก ๆ ที่แม้แต่พวกท่านเองก็ไม่รู้จักหรือไม่?”
คำขอนี้ทำเอาเถ้าแก่ลำบากใจ หากไม่ต้องรักษามาดของเถ้าแก่ เขาคงอยากเกาหัวแล้ว
ไม่เคยเห็นชาวบ้านมาซื้อเมล็ดพันธุ์ที่ตัวเองไม่รู้จักมาก่อน
ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขาเองก็ยังไม่รู้ว่าเป็นเมล็ดอะไร จะกล้าขายส่งเดชได้อย่างไร
“เรื่องนี้...”
“เถ้าแก่ ฮูหยินมีธุระจะคุยด้วย เชิญท่านไปที่ลานหลังร้านขอรับ”
เถ้าแก่กำลังจะพูด แต่เสี่ยวเอ้อร์ที่กำลังจัดของอยู่ข้าง ๆ ก็เรียกขึ้นเสียก่อน
ฮูหยินของเขาไปเยี่ยมญาติที่อำเภอ ตั้งแต่เช้าก็ออกเดินทางไปแล้ว ไอ้เด็กนี่เห็นอยู่ชัด ๆ ยังกล้าพูดจาเหลวไหล
เถ้าแก่อยากด่าเขาสักสองสามคำ แต่กลับเห็นเจ้าหนุ่มนั่นขยิบตาส่งสัญญาณให้จากมุมที่ลูกค้ามองไม่เห็น
ดูท่าจะมีเรื่องจริง ๆ
“แขกผู้มีเกียรติรอสักครู่นะขอรับ ข้าขอไปประเดี๋ยวเดียว”
กวนหนิงเห็นการส่งสายตาของทั้งคู่โดยไม่พลาด แต่ยังเช้าอยู่ นางจึงไม่รีบร้อน
นางพยักหน้า “เถ้าแก่ไปจัดการธุระก่อน พวกเราขอดูของต่ออีกหน่อย”
ลานหลังร้าน
เฝิงเถ้าแก่ยกมือเขกหัวเด็กหนุ่มไปทีหนึ่ง “ไอ้เด็กนี่ ก่อเรื่องอะไรอีก รีบบอกมาว่าคิดจะเล่นลูกไม้อะไร”
เสี่ยวเอ้อร์ยกมือกุมหัวแล้วขยับเข้าไปใกล้ “เถ้าแก่ลืมแล้วหรือขอรับ ครั้งก่อนฮูหยินช่วยพ่อค้าต่างถิ่นคนหนึ่งที่อำเภอไว้เล็กน้อย เขาเลยมอบเมล็ดพันธุ์ให้หนึ่งห่อเป็นการขอบคุณ”
เพราะเรื่องนี้ เฝิงเถ้าแก่แอบด่าตาแก่นั่นไปไม่น้อย
